2007/May/01

จะยังมีคนจำฟิคเรื่องนี้ได้แล้วรออ่านอยู่รึเปล่าเนี่ย หลังจากที่มัวแต่ฟิควันเกิด นับไปนับมาก็ผ่านไปหนึ่งเดือนกับการที่ไม่ได้ต่อฟิคเรื่องนี้ ขอโทษด้วยนะค่ะที่มาต่อช้า ทั้งๆที่ตั้งใจว่าปิดเทอมนี้จะลงฟิคให้ได้ 2-3 ตอนต่ออาทิตย์ ทั้งๆที่ตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะให้จบก่อนเปิดเทอม แต่รู้สึกว่ายังอีกยาวไกลเลย ตอนนี้เราก็เรียนพิเศษจบแล้ว เพราะฉะนั้นเราก็จะพยายามมาต่อฟิค ถือว่าชดเชยส่วนของเดือนที่แล้วด้วยก็แล้วกันเนอะ

สำหรับตอนนี้นอกจากจะสั้นแล้ว เราอาจจะโดนฆาตกรรมได้เนื่องจากคู่ทักกี้ซึบาสะน้อยมาก เหมือนเราจะเน้นคู่รองยังไงก็ไม่รู้ แหะๆๆ อืม...คือเราอยากจะขอความเห็นของทุกคนหน่อยอ่ะ คือเราว่าฟิคเรื่องเนี่ย เนื้อเรื่องมันเอื่อยๆ น่าเบื่อยังไงก็ไม่รู้ คิดยังไงก้นช่วยเม้นเอาไว้หน่อยได้มั๊ยอ่ะ เราจะได้เอาไปแก้ แบบเนื้อเรื่องยืดไป หรือว่าน่าเบื่อ อะไรอย่างเนี๊ยะ คิดยังไงกันช่วยเม้นเอาไว้หน่อยนะค่ะ

ก่อนจะอ่านฟิคกัน เกือยลืมแหนะ แฮบปี้เบริธเดยืเคย์จังด้วยนะค่ะ ก็ขอให้เคย์จังมีความสุขมากๆ ประสบความสำเร็จใจมุกๆด้าย สุขภาพแข็งแรง เป็นคนที่ร่าเริงอย่างนี้ตลอดไป

อ่านกันสนุกๆนะค่ะ

title :: fairy tale

author :: miharu
charactor :: tackey & tsubasa

tomo & toma

eiji & kumi

category :: fantasy fiction

ภาพเงาลางๆของคนๆนึงประทับอยู่กลางแสงอาทิตย์ยามเย็นที่สาดส่องลงมา โครงร่างที่เห็นเพียงแค่คร่าวๆทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายดูบอบบางเพียงใด ภาพถัดมาที่ปรากฏคือภาพที่คาดว่าน่าจะเป็นภาพของคนๆเดิมกำลังเคลื่อนที่ต้านกับแรงลม สรีระที่เห็นทำให้รู้ว่าเป็นผู้ชาย แต่นอกจากนั้นแล้ว สิ่งที่รู้เพิ่มขึ้นมาอีกก็คือผิวสีน้ำผึ้งและใบหน้าที่แม้เพียงเห็นลางๆก็คงพอจะบอกได้ว่าน่าดึงดูดเพียงใด...เหมือนเทพในนิยาย และภาพต่อมาเทพองค์ที่งามที่สุดกำลังแผ่ขยายปีกออกมา ช่วงตัวเรียวยาวห่อตัวเองเอาไว้เหมือนกับกำลังปกป้องอะไรบางอย่างที่อยู่ข้างใน ขนนกหลายร้อยที่เรียงต่อกันเป็นสิ่งที่เรียกว่า ปีก โบกสะบัด ไม่ช้า เทพที่งดงามกว่าใครก็กำลังเริงรำท่ามกลางสายลมและเส้นขอบฟ้าที่สวยงาม รอยยิ้มจางๆบนใบหน้าชวนให้อิ่มเอมใจ และคงมีพลังแห่งความอบอุ่นมาพอที่จะแผ่ให้ผู้อื่นที่อยู่รอบข้างได้ ทุกครั้งที่เปลี่ยนท่วงท่าจังหวะดนตรีก็จะเปลี่ยนไป สิ่งเดียวที่ยังคงเหมือนเดิมก็คือใบหน้ากับรอยยิ้มที่ตรึงใจ ไม่ต่างกับตอนที่เล่นเปียโนที่งานนั่นซักนิดในความคิดของทาคิซาว่า

ชอบรึเปล่าครับ มือเรียวค่อยๆขยับเปลี่ยนรูปที่อยู่ในมือไปทีละรูปอย่างใจเย็น ริมฝีปากอิ่มยิ้มให้นิดๆ ดวงตาเป็นประกายเมื่อเห็นว่าผลงานที่ทำออกมาดีเพียงไร

ผมชอบมากเลยครับ ทักกี้ไม่ได้ตอบอะไรเพียงแค่ยิ้มจางๆ มือที่เมื่อครู่จับภาพให้ดูกำลังคนกาแฟร้อนที่ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ

ทางนู๊นเค้ากำหนดวันเปิดตัวหนังสือแล้วนะครับ สักพักคนตัวขาวก็พูดขึ้นเหมือนเพิ่งนึกออก คิ้วเรียวของคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเลิกขึ้นน้อยๆ

ผมไม่รู้เลยนะครับเนี่ยว่าต้งออกไปแถลงข่าวด้วย แล้วเมื่อไหร่หละครับ

อีกสองอาทิตย์ครับ พอได้ยินใงหน้าสีน้ำผึ้งก็ออกอาการลำบากใจอย่างเห็นได้ชัด

ติดงานหรือครับ ทักกี้ถามต่อเมื่อเห็นใบหน้าของอีกฝ่าย เจ้าตัวพยักหน้าให้นิดๆ

ช่วงไหนหละครับ งานเริ่มตอนกลางคืน

โชคดีนะครับที่ผมมีงานตอนกลางวัน แต่ว่าโชคร้ายนะครับเพราะงานที่ผมทำต้องไปทำที่ต่างประเทศ

คงไม่เป็นไรหรอกมั๊งครับ แล้วผมจะคุยกับทางนั้นให้ คนตัวขาวว่าพลางจิบกาแฟของตัวเองบ้าง พอได้ยินอย่างนั้น คิ้วที่ขมวดอยู่เพราะความไม่สบายใจของอีกฝ่ายก็คลายออกโดยอัตโนมัติ เจ้าตัวยิ้มอย่างโล่งอก จนทาคิซาว่าอดจะยิ้มตามไม่ได้

ขอบคุณมากนะครับ คราวนี้ เทพรูปงามยิ้มให้ผมน้อยๆก่อนจะกลับไปสนใจกับถ้วยกาแฟของตัวเองอีกครั้ง ถ้าตอนนี้ผมเอามือมาจับหน้าอกตัวเองเอาไว้ ผมจะต้องรุ้สึกถึงแรงอะไรบางอย่างที่ส่งออกมาจากข้างในแน่นอน

....แค่ได้เห็นยิ้มของเทพรุปงาม หัวใจก็เต้นแรงจนควบคุมไม่ได้....

***************

หายไปไหนกันนะ ทั้งคู่เลย คุมิบ่นพึมพำเบาๆเมื่อไม่เห็นแม้แต่เงาของโทโมฮิสะและซึบาสะมาจะสามวันแล้ว คนแรกยังพอเข้าใจว่าต้องหลบนักข่าว แต่คนหลังนี่สิ โรงเรียนก็ไม่มา ที่แมนชั่นก็ไม่อยู่ ไม่ยอมติดต่อมาด้วย หญิงสาวถอนหายใจอย่างคิดไม่ตก ยิ่งเห็นคนหน้าห้องที่ยืนคุยกับอาจารย์ก็ยิ่งหงุดหงิด

เป็นแฟนกันนะ คำพุดก่อนที่เจ้าตัวจะปล่อยให้คุมิลงจากรถเมื่อวานตอนเย็นยังคงดังวนเวียนอยู่ในหัวเมื่อวานนี้หลังจากที่เออิจิพาเธอไปกินข้าว ขับรถวนไปวนมาจนพออกพอใจ เจ้าตัวก็พาเธอมาส่งถึงแมนชั่นได้อย่างถุกต้องทั้งๆที่เธอไม่ได้บอกอีกฝ่ายเลยด้วยซ้ำว่าเธอพักอยู่ที่ไหน

มือเรียวเอื้อมขึ้นมาถูริมฝีปากตัวเองแรงๆอีกครั้งเมื่อนึกได้ว่าโดนอีกฝ่ายจุบเข้าให้ ลืมความสงสัยไปซะหมดว่าอีกฝ่ายรู้ได้อย่างไรว่าเธอพักอยู่ไหน ดวงตากลมโตขุ่นมัวขึ้นไปอีกเมื่อเห็นอีกฝ่ายจ้องอยุ่แถมยังยิ้มนิดๆเชิงล้อเลียนอีกต่างหาก..คิดว่าเธอเป็นคนใจง่ายหรือไง??

***************

อีกด้านนึงคนที่คุมิกำลังถามหาก็ไม่ได้ไปไหน ชายหนุ่มร่างสมส่วนยืนอยู่หน้ารูปภาพรูปโปรด อะไรบางอย่างที่อยู่ในภาพดึงดูดเข้าเอาไว้ ความรู้สึกเหงาลึกๆที่แผ่ออกมากับสายดินสอเส้นเล็กๆโปรยปรายมาจากท้องฟ้าสีหม่นในภาพวาด บรรยากาศที่เงียบเหงาของภาพทำให้ใจส่วนที่สงบของโทโมฮิสะร้องบอกถึงความจริงที่แอบแฝงอยู่...เหงา

มาแต่เช้าเลยนะครับ คนตัวขาวพร้อมกับรอยยิ้มสดใสเดินมาอยู่ข้างๆตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ โ