2007/Mar/29

ตอนจบแล้ว ความจริงเราว่าฟิคเรื่องนี้มันไม่มีอะไรเลยแหละ เรื่อยเปื่อยไงก็ไม่รู้ แค่เขียนเรื่องราวต่อจากที่เห็นในทีวีแค่นั้นเอง ส่วนเรื่องหวานไม่หวานต้องไปพิสูจน์กันเอาเอง

วันนี้ก็วันเกิดเฮียนะค่ะ ก็ขอให้มีความสุขมากๆแล้วกัน สุขภาพแข็งแรง ไอ้แผลที่เป็นอยู่ก็หายวันหายคืนแล้วก็ปลอดภัยจากอันตรายนะค่ะ อย่ามีเรื่องบาดเจ็บมาให้แฟนๆใจเสียเลย ปีนี้ยิ่งเบญจเพสพอดีเลยด้วย ดูแลซึบาสะดีๆ รักกันนานๆ

ที่สำคัญ อยู่เป็นทักกี้ซึบาสะตลอดไปนะค่ะ

ขอบคุณทุกคอมเมนท์มากๆเลยนะค่ะ อ่านแล้วมีกำลังใจในการแต่งมากๆ ไม่รู้จะว่าไงแล้วไปอ่านกันเลยแล้วกันเนอะ

อ่านกกันสนุกๆนะค่ะ

title :: like to love you more

author :: miharu
charactor :: tackey & tsubasa

jin & kazuya

category :: happy birthday takizawa hideaki

หลังจากที่หนีจินมาเรียบร้อย ตอนนี้คาเมะต้องมานั่งจุ้มปุ๊กอยู่ที่ร้านอาหารใกล้ๆสตูดิโอเพื่อรอทำงานตอนบ่าย ข้างตัวมียามะพีที่เพิ่งมาส่งโทมะที่สตุดิโอนั่งเป็นเพื่อน

รับรอง พอหลังจากโดนอย่างนี้แล้ว จินจะทำตัวดีไปอีกนาน ไม่หาเรื่องแกล้งซึบาสะคุงให้นายปวดหัวหรอกน่า หลังการหัวเราะอย่างสะใจจนท้องขดท้องแข็ง ยามะพีเสนอข้อดีของการดัดหลังให้ฟังพลางเช็ดน้ำตาป้อยๆ ถึงจะเห็นดีด้วยกับผลที่จะตามมาแต่คาเมะก็ยังไม่ค่อยไว้ใจเท่าไหร่

แล้วเราจะนั่งกันอยู่ที่นี่จนบ่ายเลยเหรอพี มือเรียวคนกาแฟร้อนช้าๆพลางถอดแว่นตาออกเมื่อเห็นว่าไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านเท่าไหร่นัก

คาเมะอยากไปไหนหละ เอาเป็นว่าเดี่ยวจะพาคาเมะไปเที่ยวก็แล้วกัน

***************

ไหวรึเปล่า ทักกี้ถามคนที่ยืนอยู่ในอ้อมแขน

ขอโทษด้วยนะทักกี้ เผลอแป๊บเดียวสองคนนี้ก็กินซะเยอะเลย ห้ามไม่ทันหนะ ซึโยชิบอกอีกฝ่ายพลางพยุงตัวคุ่หูของตัวเองเอาเหมือนกัน

งั้นผมลาเลยแล้วกันนะครับ ทักกี้โค้งตัวให้น้อยๆ ซึโยชิยิ้มแหยๆให้พลางมองคนในอ้อมแขนตัวเองที่เมามายไม่แพ้กันแต่ก็ยังอุตส่าห์ดึงดันจะออกมาส่งแขก

ขับรถดีๆน๊า...ทักกี้คุง น้ำเสียงอ้อแอ้ ยืนทรงตัวแทบจะไม่ไหวแต่ก็ยังอยากจะพุด ชายหนุ่มยิ้มนิดๆเมื่อเห็นรุ่นพี่ส่ายหน้าด้วยความระอาเล็กน้อย

กว่าจะกลับมาถึงบ้านได้ก็เกือบจะเที่ยงคืน ทักกี้มองคนในอ้อมแขนตัวเองก่อนจะพาไปนอนบนเตียง จัดการเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้เรียบร้อยก่อนจะไปอาบน้ำนอนบ้าง ชายหนุ่มมองหน้าคนที่นอนซุกๆอยุ่ก่อนจะหลับตาไป อดหวังไม่ได้ว่าพรุ่งนี้เจ้าตัวดีหมดฤทธิ์แล้วคงจะเลิกแกล้งเขาซะที

เช้าวันรุ่งขึ้น ทักกี้ลุกขึ้นมาทำอาหารชงกาแฟแต่เช้า แพนเค้กนุ่มๆราดน้ำผึ้งหวานเหมาะจะนั่งทานพลางจิบกาแฟวางอยู่ที่โต๊ะอาหาร เจ้าตัวเดินไปปลุกอีกคนที่ยังนอนหลับสบายบนเตียง คนถูกปลุกยิ้มหวานๆให้ก่อนจะลงไปนอนต่อตามประสาคนขี้เซาเหมือนทุกครั้ง กว่าจะปลุกให้อีกคนลุกออกมากินข้าวด้วยกันได้ก็หมดแรงไปเยอะเหมือนกันดูไปดูมาทุกอย่างก็ดูจะปกติดีจนทักกี้เริ่มวางใจ ซึบาสะยิ้มให้พร้อมชวนคุยตามปกติ แต่ว่า...

มันไม่ใช่อย่างนี้หนะสิ!!

เช้าวันรุ่งขึ้น ทักกี้ตั้งใจจะลุกขึ้นมาทำอาหารแต่เช้า แต่พอลุกขึ้นมาก็พบว่าคนข้างตัวไม่อยู่แล้ว กุญแจรถก็ไม่อยู่เช่นกัน เดาได้ไม่ยากเลยว่าอีกฝ่ายต้องออกไปข้างนอกแน่ๆ คนตัวขาวคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาจิ้มๆกดไปหาอีกฝ่ายโดยอัตโนมัติ

ซึบาสะ อยู่ไหนเหรอ

-นายว่าไงนะ ไม่ค่อยได้ยินเลย ชั้นอยู่ต่างจังหวัดมาทำธุระนิดหน่อย เดี๋ยวเย็นๆก็กลับ แค่นี้นะสัญญาณไม่ค่อยดีเลย- น้ำเสียงที่ได้ยินตะกุกตะกักเหมือนไม่ค่อยมีสัญญาณ อีกฝ่ายก็ไม่ได้เปิดโอกาสให้ทักกี้พูดเลยซักนิด พุดเองอยู่คนเดียวก่อนจะวางสายทิ้ง คนตัวขาวมองโทรศัพท์ในมือแต่ก็ไม่รุ้จะทำยังไงเพราะเมื่อลองโทรไปหาอีกรอบ ก็ดูเหมือนว่าสัญญาณมือถือของอีกฝ่ายจะมีไม่มากพอ ชายหนุ่มเดินออกมานอกห้องนอนก่อนจะเปิดตู้เย็นเพื่อหาของมาใส่ท้อง รู้สึกตงิดๆแปลกๆ แต่ก็ยังนึกไม่ออกว่าอะไร

-rrrrrrrrrr-

ครับ ชายหนุ่มคว้าเอาโทรศัพท์ที่แผดเสียงลั่นขึ้นมารับ แอบหวังในใจลึกๆไม่ได้ว่าคนที่โทรมาจะเป็นซึบาสะ

-เฮียเหรอ..วันนี้ว่างรึเปล่า-

มีอะไรจิน

-ไปกินข้าวกันเฮีย-

เอาสิ เจอกันที่เดิมนะ ทักกี้หันไปมองที่ตู้เย็นอีกครั้งก่อนจะตอบ ทั้งๆที่มีอาหารอยู่เต็มตู้เย็นทั้งสดและสำเร็จรูปแต่ทักกี้กับรู้สึกเหมือนไม่มีอะไรจะกิน พอลองสังเกตดุดีๆ อาหารเกือบหมดในตู้มีแต่อาหารที่ทักกี้ไม่ค่อยจะชอบทั้งนั้นเลยนี่หน่า ไล่ได้มาตั้งแต่ของหวานยันเห็ด

...ถ้าเกิดว่าเขาไม่รีบทำให้ซึบาสะหายโกรธในเร็ววันก็คงจะต้องอึดอัดตายแน่ๆเลย...

***************

หลังจากวันที่ซึบาสะหนีไปข้างนอกตั้งแต่เช้าโดยกว่าจะกลับก็กินเวลาย่ำค่ำ ร่างบางก็ยังคงเหตุการณ์นั้นเอาไว้จนเรียกได้ว่าแทบจะเป็นกิจวัตรประจำวันไปแล้ว ถ้าวันไหนไม่มีงาน พอทักกี้ตื่นขึ้นมาซึบาสะก็จะออกไปข้างนอกแล้ว กว่าจะกลับบ้านมาได้ก็เย็น เจ้าตัวบ่นว่าหนื่อยแล้วก็เข้ามานอนซุกๆก่อนจะหลับในทันที ถ้าวันไหนอารมณ์ดีหน่อยทักกี้ก็จะได้จูบราตรีสวัสดิ์หวานๆ และถ้าวันไหนมีงาน เจ้าตัวก็มักจะหายตัวไปพร้อมกับรุ่นพี่รุ่นน้องเสมอ โดยเฉพาะหลังๆนี้เจ้าตัวมักจะหายไปพร้อมกับคาเมะ โทมะและยามะพีบ่อยเป็นพิเศษ

และก็เป็นเหมือนกิจวัตรประจำวันของทักกี้ไปแล้วอีกเช่นกันที่จะต้องมานั่งอยู่ที่ร้านอาหารเจ้าประจำกับจิน

เฮีย พักนี้คาเมะเป็นไรก็ไม่รู้ แปลกๆ หลังจากที่นั่งทำหน้าอมทุกข์มาได้ระยะนึง จินก็ตัดสินใจถามทักกี้ที่มานั่งกินข้าวเป็นเพื่อน

แปลกยังไงหละ คนตัวขาวถามกลับตามประสารุ่นพี่ที่ดี

ก็นะ นิสัยเปลี่ยนไป ชอบหายตัวไปกับยามะพีบ่อยๆด้วย ทักกี้หูผึ่งสะดุดกับคำบอกเลาหลังๆของจิน...ชอบหายตัวไปกับพี

-เชิญครับ สามท่านนะครับ- เสียงบริกรของร้านเอ่ยขึ้นเมื่อมีลุกค้าเข้ามาใหม่ และมันคงไม่มีอะไรน่าสนใจถ้า...

-ครับ- เสียงที่ตอบกลับมาคุ้นหูทักกี้และจินเป็นยิ่งนัก เสียงของยามะพี!!

ขอเมนูด้วยครับ หลังจากที่โชคร้ายมานาน ดุเหมือนว่าโชคจะเริ่มเข้าข้างทักกี้กับจินบ้างแล้วเสียงของยามะพีดังอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล..เหมือนอยู่โต๊ะข้างๆ และที่สำคัญ ถ้าจินกับทักกี้หูไม่ฝาด รู้สึกเหมือนจะได้ยินเสียงของโทมะกับคาเมะแว่วมาเป็นแบคกราวน์ด้วย

นายมาอยู่อย่างนี้เกือบทุกวัน แล้วจินไปอยู่กับใครหละเนี่ย โทมะถามเปิดประเด็น

ก็ไม่รู้สิ คงไปกับทักกี้มั๊ง นี่ก็จะสองอาทิตย์แล้วนะ นายคิดจะให้อยู่อย่างนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่หละพี ประโยคแรกตอบคนยิ้มน่ารัก ส่วนประโยคหลังหันมาถามชายหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งที่ยิ้มนิดๆอย่างสะใจ

ก็ไม่รู้เหรอ..คาเมะไปถามซึบาสะคุงเองสิ ชั้นก็แค่ช่วยคิดเฉยๆว่าจะทำไง ส่วนคนต้นคิดจริงๆหนะมันซึบาสะ ไม่ใช่ชั้น ประโยคสนทนาต่อกันของคาเมะกับยามะพีเริ่มบอกอะไรได้ลางๆ ทักกี้กับจินเริ่มหุผึ่งเมื่อใกล้จะรุ้ต้นเหตุที่มาที่ไปของนิสัยที่เปลี่ยนไปของคนรัก

พีก็ช่วยถามให้คาเมะเค้าหน่อยสิ น่าสงสารจินกับทักกี้ออก โทมะเป็นฝ่ายหันมาพุดกับคนรักบ้าง หลังจากได้ฟังวิธีการดัดหลังต่างๆตั้งแต่ต้นจนจบ โทมะสามารถสรุปได้เลยว่าถ้าเป็นโทมะเองคงจะอึดอัดจนแทบบ้าแล้ว

สงสารเฮียหนะใช่ อันนั้นชั้นก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอก มันเรื่องของซึบาสะคุงเค้า ส่วนจินหนะนะ ถึงชั้นจะแอบหายโกรธแล้วก็เหอะ แต่ก็ช่วยไม่ได้ชอบไปแกล้งซึบาสะคุงเค้าเอง ไม่รู้หรือไง ว่าซึบาสะหนะ จริงๆแล้วร้ายขนาดไหน น้ำเสียงที่พุดสมจริงสมจัง และก็เต็มไปด้วยเหตุผลที่ทำให้โทมะพุดอะไรต่อไม่ออก

ช่างเหอะ..สั่งอาหารดีว่า หิวแล้ว กลายเป็นคาเมะเสียเองที่ต้องตัดบท มือเรียวคว้าเมนูอาหารที่พนักงานเอามาวางไว้เมื่ครู่ทันที ไม่นานนัก อาหารน่าตาน่ากินก็มาเสริฟ สามคนมัวแต่สนใจอาหารเป็นโอกาสอันดีให้คนที่ทำตัวเป็นนักสืบแอบฟังคนอื่นเค้าพูดกันหนีออกจากร้านไปได้

นี่..เห็นรถคันที่เพิ่งขับออกไปเมื่อกี้รึเปล่า??