2007/Mar/21

มาต่อแล้ว ทำไมยิ่งหายไปนานขึ้นเรื่อยๆก็ไม่รู้ ทั้งๆที่ก็รีบแต่งแล้วนะ แต่ว่ารู้สึกว่าเวลากับความคิดมันจะไม่ค่อยเอื้ออำนวนเท่าไหร่ ที่พุดภาษาซะสวยหรูมาเนี่ยแปลง่ายๆก็คือ ไม่มีอารมณ์แต่งเท่าไหร่อ่ะ ก็แต่งมาแล้วมันไม่ถูกใจเท่าไหร่ รู้สึกว่าน้ำยังไงก็ไม่รู้ นี่ก็ลบแก้ไปหลายครั้งแล้วนะเนี่ย ครั้งหน้าพยายามมาต่อให้เร็วกว่านี้แล้วกันนะค่ะ เพื่อให้ฟิคเรื่องนี้จบก่อนเปิดเทอม(จะทำได้เรอะ??)

หลังจากอ่านคำแก้ตัว??ของคนแต่งเรียบร้อยแล้ว มีเรื่องตื่นเต้นอยากจะบอกเนื่องจากว่าเราไปเรียนพิเศษภาษาอังกฤษมาแล้วก็มีคนบอกให้ติวเตอร์ช่วยแตกศัพท์ที่เกี่ยวกับเกย์หน่อย(เรียนตรงไหน??) แล้วติวเตอร์เค้าก็บ้าจี้แตกให้ แล้วก็มาถึงคำนึง คำว่าfairyเค้าบอกว่านอกจากจะแปลว่าเทพแล้วเนี่ย เรายังสามารถใช้คำนี้เรียกเกย์ได้ด้วย O_O!!endless shock

เป็นฟิคที่ชื่อเรื่องบอกสถานะภาพได้พอดีเลยนะเนี่ย

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนท์มากๆลเยนะค่ะ อ่านแล้วมีกำลังใจในการแต่งมากๆ

yohan: จะพยายามให้ทักกี้กับไอคาตะคุงหวานกว่านี้น๊า... แต่ว่าตอนนี้ก็ไม่ค่อยหวานเท่าไหร่ ฟ้าเผลงเน้นหนักคู่อื่นมากกว่าอ่ะ

Ayu_takky : จะพยายามทำให้คู่ทักกี้กับไอคาตะคุงมีบทบาทกว่านี้นะค่ะ กัมบัตเตะ!! (ได้ข่าวว่าสองคนนี้เป็นคู่หลัก)Smile : เราก็อยากแต่งนะบทหวานๆอ่ะ แต่มันแต่งไม่ได้เนื่องจากเลิกหมั่นไส้เฮียไม่ได้

พี่นัท :ฟ้าพยายามเปิดโอกาสเพิ่มความสนิทสนมให้เฮียอยู่ เลยต้องให้เรียกชื่อ ถึงแม้จะ3พยางค์เท่ากันก็เหอะ

ยิ้ม : อ่า..ชมซะเขินเลย จะพยายามแต่คู่โทโมะโทมะต่อไปนะค่ะ เพราะคู่นี้คนแต่งก็ชอบเหมือนกัน

อ่านกันสนุกๆนะค่ะ

title :: fairy tale

author :: miharu
charactor :: tackey & tsubasa

tomo & toma

eiji & kumi

category :: fantasy fiction

...เลี้ยวขวาไปสองบล็อก อยู่ตรงถนนxxx...

ร่างผิวน้ำผึ้งสมส่วนที่ใบหน้าถูกบังด้วยหมวกแก๊ปปีกกว้าง ดวงตาคมถูกบังด้วยแว่นกันแดดขนาดใหญ่ตามกระแสนิยม ในมือมีกระดาษใบเล็กๆที่คล้ายนามบัตร ขาเรียวยาวก้าวเดินผ่านไปตามทางที่มีผู้คนพลุกพล่านเนื่องจากเป็นใจกลางเมือง พอเจ้าตัวเหลือบไปเห็นคนกลุ่มหนึ่งที่ยืนอออยู่ตรงหน้าอาคารสูงตระหง่านตาในละแวกนั้น เท้าที่ก้าวสบายๆก็ติดสปีดวิ่งโดยอัตโนมัติ

นั่นมันยามาชิตะคุงหนิ!! ถึงจะพอไหวตัวได้ทัน แต่ว่าจำนวนคนมากมายที่เดินสวนกันไปมาอยู่บนทางเท้าก็ทำให้เจ้าตัววิ่งได้ไม่เร็วนัก เหลือบตาไปมองข้างหลัง กองทัพนักข่าวที่คาดว่าน่าจะมาทำข่าวอะไรซักอย่างแถวนี้ก็วิ่งตามเขามาเป็นขบวน แต่เหมือนสวรรค์ยังคงเข้าข้างเขาอยู่บ้าง เพราะข้างหน้ายามะพีตอนนี้คือตึกสูงตระหง่านตาที่มองเข้าไปก็เจอแต่สีเขียวของต้นไม้ใบหญ้า มือสีน้ำผึ้งยื่นกระดาษแข็งใบเล็กๆที่เป็นบัตรผ่านเข้าห้องภาพให้กับพนักงานต้อนรับที่ยืนอยู่ข้างหน้าก่อนจะวิ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว

ถึงจะเฉียดฉิวไปนิด แต่อย่างน้อยโทโมฮิสะก็หลุดจากบรรดากองทัพนักข่าวที่ไร้บัตรเข้าชมแกลอรี่ได้...รอดตัวไป

ความรู้สึกเงียบสงบแต่สดชื่นไปด้วยต้นไม้สีเขียวกระถางเล็กๆน่ารัก รวมกับเสียงเพลงบรรเลงที่คลอเบาๆช่วยให้บรรยากาศของแกลอรี่ที่นี่ผ่อนคลายและเหมาะที่จะค่อยๆเดินชมงานศิลปะยิ่งนัก ดาราหนุ่มที่เมื่อครู่กระหืดกระหอบหนีนักข่าวจนเหงื่อชุ่มตัวตอนนี้กำลังค่อยๆเดินชมภาพหลากหลายสไตล์ ทั้งภาพที่เขียนขึ้นและภาพถ่าย รวมทั้งงานศิลปะอีกหลากหลายชิ้นที่วางเรียงรายตามทางเดินที่ทอดยาวในห้องกว้าง ดวงตากลมโตจับจ้องรูปภาพแต่ละใบที่ถุกสร้างสรรค์ขึ้นอย่างประณีตบรรจงก่อนจะไปสะดุดตาเข้ากับรูปสเก็ตใบหนึ่ง เส้นดินสอสีเทาดำถูกสรรค์สร้างต่อกันเป็นรูปภาพของฝนที่กำลังตกพรำๆ ในภาพไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นใดเลยนอกจากดอกไม้ใบหญ้าตามธรรมชาติ แต่โทโมอิสะกลับรู้สึกถึงความรู้สึกเหงาลึกๆที่แผ่อยู่ในภาพ เป็นภาพที่ไม่มีลุกเล่น ไม่มี่ความโดดเด่นอะไรเลยทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นด้านสีสัน ลวดลาย แต่กลับเป็นภาพๆเดียวที่ตรึงตาไม่ให้โทโมฮิสะเดินไปดูภาพอีกมากกายที่เรียวรายอยู่ได้เป็นเวลาชั่วครู่

เฮ้ย!! เสียงอุทานที่ดังอยู่ข้างหลังช่างคุ้นหูเป็นยิ่งนัก และเหตุการณ์ที่เกิดต่อจากนี้เองก็ไม่ต่างกันมากเท่าไหร่ ร่างขาวๆของโทมะถุกมือของโทโมฮิสะรองรับเอาไว้ก่อนจะถึงพื้นแบบเฉียดฉิว เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้เหมือนเด็กที่ทำความผิดซ้ำสองก่อนที่จะรีบดันตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

ขอบคุณมากนะครับ ยิ้มที่โทโมฮิสะหลงใหลกำลังวาดอยู่ใบหน้าเหมือนเด็กตัวเล็กๆน่ารักทำเอาโทโมฮิสะเผลอยิ้มตามไม่ได้

เจอกันคราวหน้าไม่เอาแบบนี้แล้วนะครับ เกิดผมรับไม่ทันเข้าหละแย่เลย คนตัวโตกว่าแซวนิดๆ ยิ่งทำให้รอยยิ้มที่ประดับอยุ่ใบหน้าน่ามองขึ้นไปอีก

ผมเองก็ไม่เอาเหมือนกันแล้วหละครับ ว่าแต่ไปทำอะไรมาครับเนี่ย เหงื่อออกเยอะเชียว ดวงตากลมโตเหลือบขึ้นไปมองบริเวรหน้าผากตัวเองก่อนที่จะยิ้มๆแหย่ๆให้

ไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไรหรอกครับ แต่ว่าชอบภาพนี้เหรอครับ คนตัวขาวพูดพลางมองไปที่ภาพวาดที่ถูกหุ้มด้วยกรอบสีทอง

สวยดีนะครับ โทโมฮิสะยิ้มนิดๆ ดวงตากลมโตจ้องมองไปที่ภาพวาดอีกครั้ง

คุณเป็นคนแรกเลยนะครับที่ชอบภาพนี้......เหมือนผม ริมฝีปากที่แย้มยิ้มน้อยๆหยักขึ้นมาอีก ความรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนพิเศษกำลังเกิดขึ้นในใจของโทโมฮิสะ

***************

ความวุ่นวายในช่วงก่อนเข้าเรียนดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วในสถานที่ศึกษาทั่วๆไป หญิงสาวผมทองนั่งอยู่นิ่งๆมองไปนอกหน้าต่าง นานๆทีจะหันมายิ้มให้กับคนที่ทัก แต่ก็แค่นั้น ไม่มีการสนทนาใดๆทั้งสิ้น ตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลมาคุมิรุ้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ ซึบาสะกับโทโมฮิสะก็หายไปไหนกันทั้งคู่ก็ไม่รุ้ เมื่อปลายเล็บตกแต่งอย่างสวยงามหยิบเอาลุกหินสีฟ้าด้านๆขึ้นมาดุอีกครั้งเป้นครั้งที่สามตั้งแต่ตื่นนอนมา ดวงตากลมโตที่ตกแต่งด้วยเครื่องสำอางค์สีทองเอาแต่เหม่อจนไม่ทันได้สังเกตว่าความวุ่นวายในห้องเมื่อครุ่เงียบลงแล้วอันเป็นสัญญาณว่าอาจารย์กำลังจะเข้ามา

ไม่ทราบว่าลูกแก้วนี่มีอะไรน่าสนใจเหรอครับ พอสิ้นน้ำเสียงคุ้นหูปุ๊บ ลุกกลมๆสีด้านในมือก็โดนมือขาวจัดของคนที่คุยด้วยแย่งเอาไปเป็นของตัวเอง ผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ที่เสียงในห้องเงียบไปกลายเป็นเสียงอือฮาแทนแต่คุมิไม่คิดจะสนใจจนคนที่น่าจะเป็นต้นเสียงฮือฮาเดินมานั่นแหละ

ว่ายังไงครับ สีหน้านิ่งเรียบและน้ำเสียงที่ออกแนวตำหนิเล็กน้อยให้เธอกลายเป็นจุดสนใจอย่างรวดเร็ว ถึงหน้าตาคนพุดจะเหมือนการตำหนิกลายๆจนอาจารย์ที่เดินตามมาส่งสายตาตำหนิให้เธออย่างไม่ปิดบัง แต่ดวงตากลมโตที่จ้องมองมากลับมองมาอย่างล้อเลียน

ของสำคัญไม่ใช่หรือครับ ให้คนอื่นเข้ามาถือเอาไว้คงจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ชายหนุ่มพุดต่อพลางคว้าเอาถุงผ้าสีเข้มขึ้นมาก่อนจะลุกกลมๆตัวเจ้าปัญหาแล้วยื่นคืนให้ ใบหน้าคมก้มลงมาก่อนจะกระซิบอะไรบางอย่างข้างหู

เก็บดีๆนะครับ ชายหนุ่มทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินออกไปหน้าห้อง

จำผมไม่ได้หรือครับ...

***************

หวังว่าเราคงจะได้ร่วมงานกันอีกจะครับ

ถ้าภาพเสร็จเมื่อไหร่แล้วผมจะโทรไปบอกนะครับ

ครับ

ตอนเช้าของวันรุ่งขึ้น ทักกี้ขับรถไปส่งซึบาสะที่แมนชั่นของอีกฝ่ายซึ่งก็เป็