2007/Mar/10

หายตัวไปนานมากๆๆๆ ทั้งที่ตั้งใจเอาไว้ว่าจะลงให้ได้อาทิตย์ละ 2-3 ตอน แต่ทำไมรู้สึกว่าชีวิตช่วงนี้มันยุ่งเหยิงจริงๆ หลังจากหายป่วยเน็ตก็เจ๊ง เพิ่งกลับมาเล่นได้เมื่อวาน ความจริงวันนี้จะยังไม่เอาฟิคลงนะเนี่ย คิดว่าแต่งไปได้นิดเดียว แต่พอนับไปนับมา แต่งได้ตั้ง 6 หน้าแหนะ...แหะๆๆ เรียนจนเบลอเลยทีเดียว

มีคนรีเควสมาหลายครั้งแล้ว ตั้งแต่ตอนแรกๆเลยแหละว่าอยากได้คู่ทักกี้กับไอคาตะคุงหวานๆ พยายามแล้ว แต่ไม่รู้จะผูกเรื่องยังไงอ่ะ แต่ตอนนี้ก้เริ่มนิดๆแล้วนะ(ตรงไหน555+) แต่งไปแต่งมากลายเป็นว่าคู่โทมะกับพีจังเป็นคู่ที่เราจิ้นได้บรรเจิดสุด รู้สึกเหมือนแต่งคู่เอียไม่ค่อยออกอ่ะ ไม่รู้ทำไม หรือเพราะหมั่นไส้ก็ไม่รู้ ช่วงนี้หวานกันออกนอกหน้าจริงๆ เป็นห่วงเป็นใยกันเหลือเกิน ตอนหน้าเราก็จะพยายามละกัน

อ่านกันสนุกๆนะค่ะ

title :: fairy tale

author :: miharu
charactor :: tackey & tsubasa

tomo & toma

eiji & kumi

category :: fantasy fiction

คิดอะไรอยู่เหรอ ยามาชิตะคุง คนถูกถามหันหน้าขึ้นไปมอง พอเห็นว่าเป็นผู้จัดการส่วนตัวก็ยิ้มให้นิดๆ

ก็นิดหน่อยหนะครับ...ผมอยากจะพักงานซัก 3 เดือน ไม่ใช่ประโยคคำถามและไม่ใช่ประโยคขอร้อง คนพุดถอดแว่นกันแดดสีชาที่ใส่ออก ดวงตากลมโตที่จ้องมองหนักแน่นเกินกว่าที่จะเอ่ยปากห้ามได้

ขอฟังเหตุผลหน่อย อาการถอนหายใจน้อยๆก่อนที่จะนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเล็กๆในกองถ่ายเป็นตัวบอกว่ายามะพีกำลังจะได้สิ่งที่ต้องการ ใบหน้าของผู้จัดการที่ดูมีอายุนิดๆเคร่งขรึมกว่าปกติเล็กน้อย

....

ถ้าไม่มีเหตุผลอะไรเลย มันก็คงไม่ง่ายหรอกนะ ชายวัยกลางคนพูด คิ้วเข้มที่หนาขึ้นตามอายุขมวดเล็กน้อยเมื่อคำตอบที่ได้จากอีกฝ่ายคือความเงียบ

แล้วจะให้บอกกับผู้ใหญ่ว่ายังไง ธุรกิจคือการลงทุน ในเมื่อนักร้องชื่อดังที่บริษัททุ่มเงินไปมากต้องการจะพักงาน นั่นก็หมายความว่าเม็ดเงินที่บริษัทจะได้รับก็ต้องลดลง ในเมื่อยามะพีไม่สามารถให้เหตุผลที่ดีพอได้ ประเด็นการพูดจึงเปลี่ยนไป

ผมจะชดใช้ค่าเสียหายเองแล้วกัน..ขอตัวก่อนนะครับ ริมฝีปากแดงอิ่มที่ส่งเสียงมัดใจสาวๆทั้งประเทศเม้มนิดก่อนจะกล่าวตัดบทแล้วเดินออกจากกองถ่ายเสียดื้อๆ

เฮ้ย!! ยามาชิตะ ไม่ทันแล้ว พอเลี้ยวพ้นมุมทางเดินร่างผิวน้ำผึ้งก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ผู้จัดการส่วนตัวยืนเกาหัวอย่างจนใจกับอารมณ์ขึ้นๆลงๆของดาราหนุ่ม

ไปซะที โทโมฮิสะพึมพำเบาๆพลางกระโดดข้ามหน้าต่างจากระเบียงแคบๆที่ไปยืนแอบอยู่ เบื่อที่จะต้องมาตอบคำถามจู้จี้จุกจิกไม่รู้จักจบ

เฮ้ย!! เสียงอุทานอย่างตกใจร้องเสียลั่นทางเดินแคบๆ ด้วยอารามตกใจ ดาราหนุ่มหันไปตามต้นเสียงทันทีตามสันชาตญาณ แขนแข็งแรงรับคนที่กำลังจะสะดุดหน้าคว่ำเอาไว้ได้

ขอโทษนะครับ...อ้าว คุณ วงหน้าขาวใสสะอาด ดวงตาที่ดูสดใสอยู่เสมองของที่ถือติดมือมาอย่างรวดเร็วพลางเอ่ยคำขอบคุณ พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นคนที่ช่วยก็ทำหน้าตกใจ ไม่ใช่แบบคนที่เจอดารา แต่เป็นแบบที่เจอคุณรู้จัก

เป็นอะไรรึเปล่า โทโมฮิสะว่าพลางบุ้ยใบ้ไปที่ขาข้างที่สะดุดกับพรมเมื่อครู่

ไม่เป็นไรมากหรอกครับ ขอบคุณนะครับที่ช่วยเอาไว้ ไม่งั้นภาพคงเสียหมด ขนาดเกือบจะเจ็บตัวอยู่ยังห่วงของอีกแหนะ

ไม่เป็นไร ผมช่วยถือแล้วกัน ถึงจะคิดอย่างนั้น แต่ริมฝีปากอิ่มยังแย้มยิ้มน้อยๆพลางเอื้อมมืออกไปช่วยถือภาพเอาไ

ขอบคุณมากนะครับ เอ่อ...คุณ ริมฝีปากอิ่มยิ้มจนเต็มแก้มเหมือนเด็กตัวเล็กๆ

ยามาชิตะ โทโมฮิสะ น้ำเสียงนุ่มทุ้มสมกับเป็นนักร้องชื่อดัง

วันนี้มาทำงานหรือครับ น้ำเสียงสดใสเข้ากับหน้าตาคนพูดเป็นยิ่งนักในความคิดของโทโมฮิสะ

เปล่าครับ มาลางาน คนฟังพยักหน้าเชิงรับรู้แต่ไม่ได้ถามอะไรต่อให้มากความ อาจจะด้วยเป็นเรื่องส่วนตัว แต่คนอย่างนี้แหละที่ถุกใจคนเอาแต่ใจอย่างโทโมฮิสะเป็นยิ่งนัก ยิ่งรวมกับรอยยิ้มๆสวยๆกับน้ำเสียงที่ช่วยทำให้ลืมเรื่องขุ่นหมองข้องใจได้แล้ว คนร่างบางที่เคยพบกันก็กลายเป็นคนที่สร้างความรู้สึกอยากรู้จักได้มากเลยทีเดียว

...หลงใหลไปกับรอยยิ้มและน้ำเสียงที่สดใส...

ถึงจะแปลกไปนิดแต่ตอนนี้โทโมฮิสะรู้สึกเหมือนกับลืมเรื่องขุ่นใจไปจนหมด รู้สึกชุ่มชื่นเหมือนต้นไม้เวลาที่ได้น้ำหลังเจอกับแสงแดดแรงๆ

ขอบคุณมากเลยนะครับที่เดินมาส่ง ความจริงผมอยากเลี้ยงข้าวเป็นการขอบคุณนะครับ แต่เผอิญผมมีธุระต้องไปต่อ เผลอไม่ทันไรทางเดินยาวๆเมื่อครู่ก็หมดลง ชายหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งยืนอยู่ข้างรถมีระดับกำลังส่งคืนภาพวาดที่ได้ความระหว่างเดินคุยมาว่าเป็นภาพที่เจ้าตัววาดเอง

ไม่เป็นไรครับ ชายหนุ่มยิ้มให้อย่างสุภาพ ให้คนที่พูดจ้อยๆมาตลอดทาง

นี่บัตรเชิญเข้าห้องภาพส่วนต้วของผม ถ้าว่างๆก็เชิญแวะเข้าไปได้นะครับ เจ้าตัวพูดพลางยื่นให้

ถ้ามีโอกาสแล้วผมจะแวะเข้าไปละกัน ไม่นานนักรถที่เคยจอดอยู่ข้างๆก็แล่นออกไปสู่ท้องถนนเหลือแต่เพียงกลุ่มควัน มือแข็งแรงพลิกกระดาษแข็งๆที่อยู่ในมือขึ้นมาดู เจ้าของชื่อคนที่ดูสดใสตลอดเวลา

...อิคุตะ โทมะ...

***************

ช่วยหน่อยได้มั๊ยครับ พอดีนักดนตรีคนที่เค้านัดเอาไว้ป่วยหนักมาก คงจะไปทำงานนอกสถานที่ไม่ได้ ชายหนุ่มดูมีอายุเล็กน้อยค้อมตัวให้นิดๆแสดงถึงความขอร้อง


เอ่อ....คือผมไม่ค่อยถนัดงานแบบนี้คงไปไม่ได้หรอกครับ ร่างบางผิวสีน้ำผึ้งปฏิเสธอย่างที่คิดว่าสุภาพที่สุด

ขอร้องหละครับ อีกฝ่ายก้มหัวให้ ท่าทางคงจะเป็นงานที่เลื่อนไม่ได้จริงๆแต่ว่า.....

อ้าว..คุยกับนักดนตรีอยู่หรอกครับเนี่ย พอดีเลย นี่คุณทาคิซาว่า ฮิเดอากิช่างภาพคราวนี้ครับ ไม่ทันที่ซึบาสะจะได้ปฏิเสธอีกครั้ง ชายหนุ่มผิวขาวจัดที่เพิ่งเจอกันไปเมื่อไม่กี่วันก่อนก็มายืนอยู่ตรงหน้าพร้อมกับชายวัยกลางคนที่น่าจะเป็นบก.หนังสือในคราวนี้

ไม่ใช่หรอกครับ พอดีคนที่ทางเรานัดไว้ป่วยกะทันหัน เรากำลังขอร้องให้คุณอิมาอิช่วยอยู่แต่... สีหน้าสีตาของคนพุดลำบากใจยิ่งนัก แสดงให้เห็นว่าคำตอบคงจะไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่

ถ้าร่วมงานกับผมซักครั้งก็จะเป็นเกียรติมากเลยหละครับ คนที่ได้ชื่อว่าเป็นช่างกล้องของงานคราวนี้พุดพลางมองไปทีคุณนักดนตรีที่ทำท่าว่าจะปฏิเสธ

อิมาอิ ซึบาสะครับ สุดท้ายชายหนุ่มก็กลืนคำปฏิเสธลงคอไป อดจะหมั่นไส้ในรอยยิ้มที่ดูคุณชายและคำพูดที่ดักคอนั่นไม่ได้

ทาคิซาว่า ฮิเดอากิครับ มือขาวแข็งแรงละจากสายสะพายของกระเป๋าใบใหญ่ที่เดาได้ไม่ยากว่ามีกล้องอยู่ออกมาจับมือกับร่างบาง

ขอบคุณมากเลยครับ ส่วนเรื่องสถานที่แล้วก็เวลาถ่ายทำก็ตามสะดวกเลยนะครับ ชายวัยกลางคนสีหน้าดีขึ้นเยอะ พุดอีกไม่กี่คำก็ขอตัวไปทำงานที่คั่งค้างให้เสร็จ

แล้วเราจะไปถ่ายกันวันไหนเหรอครับ