2007/Mar/01

มาต่อแล้ว หายไปนานมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ พอย้อนกลับไปดุเอนทรี่ที่แล้ว เขียนไว้ซะดิบดีเลยว่าอีกสองสามวันจะมาต่อ แต่พอมานั่งมองปฏิทินแล้วก็ต้องขอโทษด้วยนะค่ะ พอดีเราไม่ค่อยสบาย ตอนแรกท้องเสีย หายได้ยังไม่ถึง2-3วันก็เป็นหวัดต่อ ป่วยแบบมาราธอนเลยทีเดียว ประจวบเหมาะกับมีคนมาขอให้ช่วยเลี้ยงน้องให้ด้วยเลยไม่มีเวลาว่าง ทำให้ไม่ได้แตะคอม

ตอนนี้ก็ไม่สั้นไม่ยาว กำลังพอดี

อ่านกันสนุกนะค่ะ

title :: fairy tale

author :: miharu
charactor :: tackey & tsubasa

tomo & toma

eiji & kumi

category :: fantasy fiction

แย่หละสิ!! ทำไมถึงกลับมาไม่ได้หละ ภาพของควันสีขาวโขมงเต็มไปทั่วบริเวณปรากฏผ่านสระน้ำที่ทำหน้าที่เหมือนเป็นทีวีจอยักษ์ข้ามมิติ สถานการณ์ที่เป็นอยู่เลวร้ายมากกว่าเดิมเมื่อร่างสองร่างที่ควรจะกลับมาที่มิตินี้กลับยังอยู่ที่เดิม

ทำไมหละ ทั้งๆที่ก็ทำเหมือนตอนนั้นแล้วนี่หน่า แล้วทำไมมิติถึงไม่เชื่อมกันหละ เทพแห่งเมฆเอ่ยอย่างหงุดหงิดกับเหตุการณ์ที่ไม่ได้ดั่งใจ ท้องฟ้ายามรุ่งอรุณที่ควรจะสว่างสดใสกลับกลายเป็นผืนฟ้าสีหม่นด้วยเมฆจำนวนมากมาย

โทโมฮิสะ ใจเย็นๆ ซึบาสะหันไปมองโทโมฮิสะพลางเปลี่ยนร่างของตัวเองเมื่อเห็นว่าเทพแห่งเมฆปรากฏตัวขึ้นแทนโทโมฮิสะแล้ว

บ้าจริง!!....นี่คุณ ช่วยกันหน่อยสิ ทักกี้ละสายตาจากสระน้ำขนาดกว้างก่อนจะตกใจกับสภาพรอบด้าน บรรยากาศหม่นหมองเต็มไปด้วยเมฆครึ้มและทำท่าจะเลวร้ายลงเรื่อยๆตามอารมณ์ที่ควบคุมไม่ได้ของโทโมฮิสะ เทพแห่งดินเหลือบตาไปมองที่สระเมื่อครู่อีกครั้ง และก่อนที่จะได้ทำอะไร แสงสีฟ้าก็ฟาดลงมาจากเมฆก้อนดำหนาทึบที่เคลื่อนที่ผ่านอย่างรวดเร็ว

นี่มันอะไรกันเนี่ย เทพแห่งดินถามพลางทำให้ดินรอบตัวซุดลงเพื่อป้องกันฟ้าผ่า

เทพแห่งเมฆกำลังจะควบคุมตัวเองไม่ได้

ว่ายังไงนะ!! เมฆเป็นสิ่งที่กำหนดสภาพอากาศ สิ่งที่เป็นตัวเชื่อมธรรมชาติเอาไว้ แต่ว่าสภาพอากาศเป็นสิ่งที่แปรปรวนได้ง่ายและมีพลังที่ไม่จำกัด

เปรี๊ยง!!

เสียงฟ้าผ่ารุนแรงลงไปที่สระน้ำขนาดใหญ่ น้ำมากมายกระฉอกออกมายบริเวณรอบนอก

ให้ตายเหอะ หลบก่อนเร็ว มือของเทพแห่งลมโดนดึงไปโดยมือแข้งแรงของเทพแห่งดิน

แต่ว่า โทโมฮิสะหละ

เข้ามาก่อนเถอะน่า ทักกี้ฉุดอีกฝ่ายเข้าไปในอุโมงค์ดินขนาดใหญ่ที่ตัวเองเป็นคนสร้างขึ้นก่อนที่จะพังทางเข้าทิ้งซะ

นี่ คุณคิดจะทำอะไรหนะ ซึบาสะดึงมือตัวเองออกเมื่อเข้ามาอยู่ในอุโมงค์มืดๆที่ถูกปิดตาย

ช่วยเงียบก่อนได้มั๊ยหละ ผมใช้ความคิดอยู่ เทพแห่งลมทิ้งตัวลงอย่างไม่พอใจนัก สภาพที่ถุกขังอยู่ในที่แคบๆที่ให้ความรู้สึกอึดอัดที่เทพแห่งลมไม่ค่อยชอบใจนักใกล้จะระเบิดขึ้นมา

อ๊ะ!! ปีกสีขาวสะอาดกำลังงอกขึ้นมาจากกลางหลัง

นี่..ช่วยพาออกไปจากที่นี่ที เทพแห่งดินหันมาทันที ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าปีกสีขาวสะอาดแข็งแรงกำลังแผ่ขยายอยู่ในอุโมงค์ดินแคบๆ

ขอร้อง สีหน้าอึดอัดของอีกฝ่ายทำเอาทักกี้ตัดสินใจไม่ถุก เสียงฟ้าคำรามยังคงดังมาจากภายนอกเป็นระยะ

ช่วยไม่ได้หละนะ เทพแห่งดินเดินเข้าหาเทพแห่งลมก่อนที่จะเอามือโอบรอบตัวอีกฝ่ายไว้แน่น

พอผมให้สัญญาณก็บินขึ้นไปให้สูงๆเลยนะ..1..2..3...ไปเลย ริมฝีปากรูปกระจับพูดเบาๆ ซึบาสะถีบตัวเองขึ้นจากพื้นอุโมงค์แคบๆ ดินที่เคยเป็นเสมือนหลังคาของอุโมงค์เปิดออกกว้างและเป็นเหมือนเกาะกำบังจากสภาพอกากาศเลวร้ายรอบด้าน ปีกกว้างสีขาวโผบินขึ้นไปสูงอย่างรวดเร็ว พาเอาร่างของเทพทั้งสองขึ้นไปบริเวณเหนือเมฆ บริเวณที่ปลอดภัยจากอารมณ์เกรี้ยวกราดของโทโมฮิสะ

นั่นมันอะไรกันหนะ ทักกี้พูดขึ้นเมื่อมองลงไปที่สระน้ำที่แม้ตอนนี้จะเป็นเป็นจุด แต่ทักกี้ก็เห็นว่าอีกโลกนึงที่เค้าเห็นจากตรงนี้เองก็บรรยากาศปั่นป่วนไม่แพ้กัน

***************

ทำไมหละ เทพแห่งไฟหันไปมองรอบข้างอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไร แสงสีขาวเมฃหมือนสายฟ้าก็ผ่านหน้าไป แต่สิ่งที่แปลกก็คือ มันไม่ใช่ลำแสงสีขาวที่เป็นพลังของชิเซน แสงสีขาวที่เร็วเหมือนสายฟ้าโผล่ขึ้นมาจากข้างล่าง

จากสระนั่น สิ้นเสียงเทพแห่งน้ำ ลำแสงสีขาวอีกมากมายก็ลอยขึ้นมาจากสระน้ำ

ระวังนะ!! แสงสีขาวลอยเฉียดหน้าเออิจิเป็นเพียงเล็กน้อย แต่แขนของเทพีแห่งไฟที่มาช่วยผลักเออิจินั้นกลับแดงฉานไปด้วยเลือด

นี่เป็นอะไรมากรึเปล่า จำนวนเลือดที่ไหลออกมามากเกินกว่าที่เทพีแห่งไฟจะพูดคำว่าไม่เป็นไหรออกมาได้ ร่างใต้ผ้าคลุมเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ พลังสีขาวถุกรวมเอาไว้ที่ฝ่ามือและกำลังพุ่งตรงมาทางทั้งคู่

โครม!!

เสียงพลังปะทะกับกระเบื้องหลังคาอย่างรุนแรง เศษของกระเบื้องหล่นกระเด็นตกผ่านตัวของเทพแห่งน้ำที่ตัดสินใจคว้าเอาตัวของอีกฝ่ายกระโดลงมาจากหลังคา

เป็นอะไรมากรึเปล่า เป็นคราวที่เทพีแห่งไฟจะถามบ้าง แผ่นหลังของเออิจิกระแทกกับพื้นดินเต็มๆ แต่ยังโชคดีที่ความสูงระหว่าหลังคากับพื้นดินไม่ได้มากนัก

ตัวหนักเหมือนกันนะเนี่ย สีหน้าของอีกฝ่ายไม่สุ้ดีนัก

ก็แน่สิ...คนนะ ไม่ใช่ปุยนุ่น แล้วคิดยังไงเนี่ยถึงได้กระโดดลงมา เทพีแห่งไฟพุดพลางใช้แขนข้างที่ไม่เจ็บพยุงอีกฝ่ายขึ้นมา

นี่หลบก่อนเหอะ ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่บริเวณรอบด้านที่ถูกแรงปะทะเมื่อครู่ทำลายรวมกับแสงสีขาวที่มาจากสระน้ำทำเอาสิ่งก่อสร้างที่เคยมีเหลือแต่ซาก

ไปที่ใต้ต้นไม้นั่นก่อนแล้วกัน

***************

ท่ามกลางบรรยากาศของใจกลางเมืองที่วุ่นวาย แต่กลับมีห้องกว้างสีขาวที่เป็นเหมือนแกลอรี่ภาพอยู่บนตึกสูงเฉียดฟ้า ห้องสีขาวที่ถุกตกแต่งด้วยต้นไม้สีเขียวและดอกไม้นานาพันธุ์ช่วยขับให้รูปภาพที่ถูกวางตำแหน่งไว้อย่างดีงดงามมากขึ้นไปอีก ชายหนุ่มร่างเพรียวกำลังเดินชมผลงามเหล่านั้นพลางยิ้มอย่างพึงใจ

...โทมะ!!...

เด็กหนุ่มหันไปรอบตัวเมื่อรู้สึกว่ามีคนเรียกเพื่อจะพบกับรอบด้านที่ว่างเปล่า

...โทมะ นี่ชั้นเอง ตั้งสติหน่อย มาที่นี่ที...

เสียงของทักกี้นี่หน่า ดวงตากลมโตที่ฉายแววสดใสเหมือนต้นไม้ที่ได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดีหลับตาลงเพื่อจับตำแหน่งของเทพแห่งดิน

ความรู้สึกของพลังที่รุนแรงหลายจุดมาจากทางทิศเหนือ ชุดลำลองเมื่อครู่กลายเป็นชุดสีเขียวไหม้ ขาเรียวพาตัวเองไปที่ริมหน้าต่างก่อนจะกระโดดออกไปข้างนอก ปลายเท้าปรากฏเถาวัลย์สีสดที่กำลังเจริญเติบโตไปทางทิศเหนือ

***************

-คุมิได้ยินรึเปล่า- เสียงก้องเรียกชื่อของคุมิดังออกมาจากสระน้ำ

-นี่ ตอบหน่อย อยู่แถวนั้นไม่ใช่เหรอ- เสียงเมื่อครู่ดังขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อย

ซึบาสะ เทพีแห่งไปรีบวิ่งไปที่ขอบสระน้ำทันที

-เออิจิ เดี๋ยวโทมะจะไปพานายกลับมานะ- เสียงทักกี้แทรกขึ้นมา

น้ำกับไฟไม่ควรอยู่ด้วยกันแต่ไม่มีเวลามากกว่านี้แล้ว พอหันหลับไปอีกที ร่างภายใต้ผ้าคลุมก็ขยับเข้ามาใกล้เกินกว่าที่จะหนีได้แล้ว ข้างหลังของทั้งคู่เองก็เป็นสระน้ำ รอบด้านก็ไม่มีอะไรพอที่จะกำบังได้เลย แสงสีขาวจากร่างของชิเซนกำลังพุ่งมาหาและใหญ่กว่าเดิมเสียด้วย ดวงตาทั้งสองคู่หลับลงเพื่อกันแสงจ้า ก่อนที่ทั้งคู่จะตกน้ำไป

***************