2007/Feb/20

มาต่อแล้วค่ะ เพิ่งแต่งเสร็จเลย ไม่รู้ว่าจะชอบกันรึเปล่าเอ่ย คิดว่าตอนนี้เนื้อเรื่องคงจะไม่อืดแล้วนะค่ะ แล้วก็เราว่าตอนนี้เราแต่งแล้วยาวมากเลยน๊า ถ้าเทียบกับตอนอื่นๆ ไม่ได้หลอกด้วย ตั้ง 5 หน้ากว่าๆแหนะ ยาวกว่าปกติตั้งหน้ากว่าๆ สารภาพเลยว่าแต่งฟิคเรื่องนี้ถึงจะยากแต่ก็สนุกดีนะ ตอนที่แต่งก็นั่งนึกถึงการ์ตูนพวกเซเลอร์มูน ไฟนอลแฟนตาซี อะไรประมาณเนี๊ยะ พุดแล้วก็อยากดูการ์ตูน

อ่านกันสนุกๆนะค่ะ คิดยังไงก็คอมเมนท์เอาไว้ได้เลย

title :: fairy tale

author :: miharu
charactor :: tackey & tsubasa

tomo & toma

eiji & kumi

category :: fantasy fiction

ในบรรยากาศที่ไม่ค่อยเข้ากับยุคสมัยในปัจจุบันเท่าไหร่รวมกลับกลิ่นของเครื่องหอมฟุ้งกระจายอยู่ในห้องที่เป็นเหมือนห้องสมุดในศาลเจ้าสึคิโตะไทโย เสียงฝีเท้าของคนสามคนก้องเป็นจังหวะตามการก้าวเดินตามทางแคบๆระหว่างชั้นหนังสือ

มีแต่หนังสือโบราณทั้งนั้นเลยนะเนี่ย ทักกี้เป็นคนทำลายบรรยายกาศที่ไม่ค่อยน่ารื่นรมย์เท่าไหร่นัก

นั่นหนะสิ หนังสือที่เต็มไปด้วยภาษาญี่ปุ่นโบราณวางอยู่เรียงรายบนชั้นไม้ที่เก่าแก่พอที่จะมีอายุเกินร้อยปี บางเล่มเองก็เก่าซะจนขอบหนังสือเหลืองกรอบไปหมด เหมือนไม่ค่อยได้รับการดูแลเท่าไหร่นัก

เอายังไงดีหละเนี่ย โทโมฮิสะนั่งลงกับฟื้นอย่างเมื่อยล้า ทั้งตัวเค้าเอง ทักกี้แล้วก็ซึบาสะขลุกอยู่ในนี้มาเกือบ 3 ชั่วโมงแล้ว แต่ดุเหมือนว่า พวกเค้าเองก็ไม่ได้เจออะไรที่จะบอกได้เลยว่าจะทำยังไงถึงจะเชื่อมมิติกันได้

พักกันก่อนก็แล้วกัน ทักกี้พูดพลางนั่งลงตรงชั้นหนังสือแถวๆที่โทโมฮิสะนั่ง

หือ...นี่มันอะไรกันหละเนี่ย หนังสือเก่าคร่ำคร่าไม่ได้ต่างจากหนังสือเล่มอื่นๆที่วางเรียงรายอยู่บนชั้นมากนัก จะต่างกันก็ตรงที่หนังสือเล่มนี้ถุกวางทิ้งเอาไว้อยู่ตรงแถวๆข้างตัวของโทโมฮิสะ ไม่ใช่บนชั้นไม้เก่าๆสูงลิบลิ่ว

มีปากกาด้วย..แปลกจัง ปากกาขนนกโบราณเองก็ถูกทักกี้เก็บได้บริเวณนั้นเหมือนกัน

อย่างน้อยถ้าเราติดต่อพวกเค้าได้ก็คงจะดีนะเนี่ย สิ้นเสียงพูดซึบาสะ หนังสือเล่มที่โทโมฮิสะถืออยู่ก็ตกลงมาจากมือมากางอยู่หน้าหนึ่ง ปากกาขนนกโบราณเองก็ลอยมาวางอยู่บนหนังสือเช่นกัน ตัวหนังสือที่พบอยู่ข้างในไม่ใช่ภาษาญี่ปุ่นโบราณเหมือนเล่มอื่นๆที่เจอมา

หรือว่า..... ทักกี้ลองหยิบปากกาขึ้นมาเขียนลงไปในหน้าหนังสือ ตัวหมึกที่เขียนออกมาลอยขึ้นมาข้างบนเล็กน้อยก่อนจะซึมลงข้างล่าง

***************

เออิจิ หลับรึยัง ใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างๆสระน้ำในบริเวณศาลเจ้า เทพแห่งน้ำกับเทพีแห่งไฟนั่งอยู่คนละฝั่งของลำต้นใหญ่ยักษ์ตามอายุ

มีอะไรรึเปล่า

ชั้นนอนไม่หลับหนะ คุมิขยับตัวเล้กน้อยเพื่อวางแขนข้างที่เจ็บให้สบายขึ้นก่อนจะตอบ

ชั้นก็เหมือนกัน เออิจิพุดพลางมองไปที่พระจันทร์บนท้องฟ้า คืนนี้เป็นคืนวันเพ็ญ สำหรับเทพที่อาศัยพลังของพระจันทร์อย่างเค้าคืนนี้เป็นคืนที่ช่วยฟื้นพลังของร่างกายที่บอบช้ำได้ดีเลยทีเดียว

นี่...ขอดูหน่อยได้รึเปล่า

ดุอะไร

หินศักดิ์สิทธิ์แห่งน้ำหนะ

ทำไมถึงได้อยากดูหละ เออิจิเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความแปลกใจที่ไม่มีปฏิเสธลอยมาอย่างที่คิดไว้

แค่อยากเห็นหนะ แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไรหรอกนะ เป็นตาของคุมิที่จะแปลกใจบ้าง หินศักดิ์สิทธิ์คือสิ่งที่เธอต้องการ และถ้าดุจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาเออิจิผู้ซึ่งเป็นเทพแห่งน้ำเองก็คงต้องการเหมือนกัน แต่สิ่งที่เออิจิต้องการคืออยากดู..แค่อยากดูเท่านั้น เธออ่านความคิดของผู้ชายคนนี้ไม่ออกเลยจริงๆ

แบมือมาสิ

ไม่กลัวชั้นขโมยเหรอ เออิจิพุดแต่ก็แบมือตามคำพูดของอีกฝ่าย

นั่นสินะ ถึงเทพีแห่งไฟจะพูดอย่างนั้น แต่เธอก็ยื่นหินสีฟ้าด้านๆที่ดูไม่มีราคาในสายตาของคนทั่วไปให้อีกฝ่าย เออิจิเอื้อมมืออีกข้างมาหยิบเอาหินไป ส่วนมืออีกข้างก็ทิ้งค้างเอาไว้ข้างๆมือของเทพีแห่งไฟอย่างนั้น ดวงตาสีน้ำตาลมองผ่านหินที่แทบจะเป็นสีใสยามต้องแสงพระจันทร์ ไม่นานนักทั้งคู่ก็รู้สึกถึงพลังของหินศักดิ์สิทธิ์ที่แผ่กระจายออกมา

นี่

... คุมิไม่ได้ตอบอะไร แต่เธอรู้สึกได้ถึงมือของเออิจิที่เอื้อมมาบีบมือเธอเอาไว้

เมื่อตอนนั้นหนะ โกหกใช่มั๊ย น้ำเสียงเออิจิยังราบเรียบ แต่มือของเธอกลับรู้สึกถึงแรงบีบที่มากขึ้นจนทำให้ต้องนิ่วหน้า

โกหกเรื่องอะไรหละ

แขนหนะ ยังไม่หายใช่รึเปล่า หักหละสิ

รู้ดัวยเหรอ คุมิพุดพลางยิ้มๆนิดๆ ไม่กี่อึดใจร่างของเทพแห่งน้ำก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้าเธอพร้อมกับหินสีฟ้าด้านๆในมือ

แบมือมาสิ เออิจิพุดพลางคว้ามือของอีกฝ่ายที่วางอยู่ขึ้นมาก่อนจะวางหินศักดิ์สิทธิ์ลงไป

ยังเจ็บอยู่ด้วยจริงๆสินะ สีหน้าของเทพีแห่งไฟตอนถุกเออิจิคว้ามือเมื่อครู่ไม่สุ้จะดีนัก อีกทั้งรอยช้ำบริเวณแขนเมื่อตอนกลางวันก็ยังคงไม่หายไป มิหนำซ้ำยังคงชัดขึ้นอีกต่างหาก

อยู่เฉยๆนะ หน้าขาวจัดของเทพแห่งน้ำแนบลงไปกับไหล่บางสีน้ำผึ้งที่กลางเป็นรอยช้ำเป็นจ้ำ ริมฝีปากอิ่มรุปกระจับแนบลงไปที่รอยช้ำก่อนจะนิ่งค้างอยู่อย่างนั้น ไม่นานนักรอยช้ำที่เป็นวงกว้างก็หายไป แต่เออิจิกลับค้างหน้าของตัวเองเอาไว้อย่างนั้น

นี่..เมื่อตอนเย็นหนะ นายหัวเราะอะไร คิ้วสีน้ำตาลของเออิจิเลิกขึ้นเล็กน้อยก่อนที่คุมิจะรู้สึกได้ว่าริมฝีปากที่ยังคงสัมผัสกับไหล่ของเธอนั้นยกขึ้นนิดๆ

ไปสำรวจกันหน่อยดีมั๊ย ไหนๆก็นอนไม่หลับแล้วนี่ คนตัวขาวไม่ได้ตอบคำถามของเทพีแห่งไฟแต่กลับลุกขึ้นยืนพลางยื่นมือให้อีกฝ่ายเหมือนเป็นการชวนแทน

หรือว่าเทพีแห่งไฟกลัวผีด้วย ไม่น่าเชื่อเลยนะเนี่ย น้ำเสียงเรียบราบเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ยอมขยับตัว แต่ว่าแววตาล้อเลียนของอีกฝ่ายกลับกลายเป็นคำตอบของคำถามที่เทพีแห่งไฟถามเมื่อครู่ได้อย่างดี

ว่ายังไงหละ เออิจิยิ้มนิดๆให้กับใบหน้างอง้ำเหมือนเด็กของอีกฝ่าย แขนแข็งแรงดึงมือของอีกฝ่ายขึ้นมาก่อนจะเดินเข้าไปในเรือนที่ดูใหญ่ที่สุดในบริเวณนี้ แต่ถึงอย่างนั้นเออิจิยังคงไ