2007/Feb/15

มาต่อแล้วค่ะ เนื่องจากเราสอบเสร็จแล้ว แล้วก็ปิดเทอมแล้วด้วย ถ้าช่วงนี้ไม่มีเรื่องยุ่งเท่าไหร่เราอาจจะมาต่อซักอาทิตย์นึงประมาณ 2-3 ครั้งหนะ คือ เราอยากให้จบก่อนเปิดเทอมอ่ะ ช่วงนี้พล็อตกำลังพุ่ง แต่งแล้วลื่นไหลดีจัง ตอนแรกเนื้อเรื่องอาจจะอืดๆอยู่บ้าง แต่หลังจากตอนนี้มันก็จะเริ่มเข้าเนื้อหาจริงๆแล้วหละ ส่วนใครที่รอคู่โทโมะกับโทมะก้ช่วยรอก่อนนิดนึงนะค่ะ คือเราคิดว่าถ้าตอนแรกโผล่มาทีเดียว 3 คู่เลยเวลาอ่านแล้วมันจะไม่ค่อยได้อารมณ์หนะค่ะ

แล้วก็ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนท์มากๆเลยนะค่ะ เวลาอ่านแล้วเรารู้สึกดีมากๆเลย รู้สึกแบบมีคนอ่านฟิคเรานะเนี่ย ถ้าอ่านแล้วชอบก็ดีใจมากๆเลยหละค่ะ

อ่านกันสนุกๆนะค่ะ

title :: fairy tale

author :: miharu
charactor :: tackey & tsubasa

tomo & toma

eiji & kumi

category :: fantasy fiction

...ปวดหัว...

ความรู้สึกที่อึดอัดจนน่าเวียนหัวคือความรู้สึกแรกที่รู้สึกได้ตอนที่ตากลมโตของร่างผิวน้ำผึ้งลืมขึ้นมาช้าๆ รอบข้างมีต้นไม้ขึ้นเรียงรายแต่ก็ไม่แน่นขนัดมากนักเหมือนอยู่บริเวณชายป่า ได้ยินเสียงน้ำไหลเอื่อยๆมาจากข้างหลัง แต่ทั้งๆที่เป็นอย่างนั้น เธอกลับรู้สึกเหมือนไม่ได้นอนอยู่บนพื้น

หญิงสาวค่อยๆหลับตาลงช้าๆเมื่อรู้สึกปวดหัวขึ้นมาอีก ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ค่อยๆไหลเข้ามาเป็นฉากๆ ตอนนั้นคุมิจำได้ว่าพอเธอเห็นเทพแห่งน้ำวิ่งมาที่เทพี ขาของเธอเองก็เริ่มวิ่งเช่นกัน แต่พอหันกลับไปมองบริเวณรูปปั้นอีกครั้ง ชายที่อยู่ในผ้าคลุมสีเข้มก็กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้กับเทพีมากจนน่าตกใจ มือภายใต้ผ้าคลุมเข้มปล่อยพลังสีขาวออกมา พลังที่จะกระตุ้นให้หินศักดิ์สิทธิ์ปล่อยพลังธรรมชาติที่ไม่มีขีดจำกัดของตัวเองออกมา โดยไม่ต้องใช้เวลาคิดซ้ำสอง คุมิจำได้ว่าตัวเองปล่อยเปลวเพลิงออกมาทันที และดูเหมือนว่าคนที่เป็นเทพแห่งน้ำเองก็คงจะคิดเหมือนเธอ ภาพแสงสีขาวจ้าบาดตาตัดชนกับเปลวเพลิงและน้ำที่พุ่งเข้ามาตรงกลางพอดีคือภาพที่เห็นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เธอจะรู้สึกตัวอีกครั้ง

ดวงตากลมโตสีน้ำตาลืมขึ้นช้าๆอีกครั้งแต่ยังไม่สามารถดันตัวเองให้ลุกขึ้นได้เพราะความรู้สึกเมื่อยตัวรวมกับอาการปวดหัวที่รุมเร้าอยู่ ตอนนี้ความคิดเดียวที่มีอยู่ก็คือ

...เธออยู่ที่ไหน...

ใจคอจะนอนทับอยู่จนถึงเมื่อไหร่ ถ้าฟื้นแล้วก็ลุกสิ จะว่าไปแล้ว คุมิเองก็เพิ่งสังเกตเหมือนกันว่าเธอเองไม่ได้นอนบนพื้นดินแข็งๆ แต่กำลังนอนทับอยู่บนคนที่น่าจะหลุดมิติมาที่นี่ด้วยเหมือนกัน...เทพแห่งน้ำ

ขอโทษนะ เทพีแห่งไฟที่ตอนนี้กลับร่างเดิมแล้วพูดพลางค่อยๆยันตัวเองขึ้นมาจากการนอนทับอีกฝ่ายแต่ดุเหมือนจะเป็นไปได้ไม่ง่ายนักเมื่อแขนอีกข้างของเธอน่าจะหักจากการได้รับการกระแทก

แขนเธอเป็นอะไรมากหรือเปล่า เป็นเออิจิซะเองที่เป็นฝ่ายยันตัวเองขึ้น เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นว่าเทพีแห่งไฟสีหน้าไม่ค่อยดีนัก

คงจะหักหนะ แต่ไม่น่าจะเป็นอะไรมากนักหรอก ประโยคแรกจริง แต่ประโยคหลังดุจะไม่ค่อยเป็นอย่างที่เธอว่าเท่าไหร่ นิ้วเรียวยาวที่ตกแต่งด้วยเล็บสีสวยกุมอยู่ที่หัวไหล่อีกข้าง ความรู้สึกชากินไปจนถึงปลายนิ้วที่ยังคงกำอยู่แน่น เธอค่อยๆคลายมือของแขนข้างที่หักอยุ่ช้าๆก่อนจะพบว่าหินสีฟ้าด้านที่กระเด็นมาตอนที่พลังทั้งสามปะทะกันเธอสามารถคว้าไว้ได้ ดวงตากลมโตเหลือบไปมองอีกฝ่ายที่ตอนนี้คงรู้อยู่เต็มอกแล้วหละว่าตอนนี้หินศักดิ์สิทธิ์อยูที่เธอ แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้แสดงความรู้สึกออกทางสีหน้ามากนัก

เราอยู่ที่ไหนเหรอ เทพีแห่งไฟเป็นฝ่ายเริ่มการสนทนาก่อน ไหนๆก็ตกอยุ่ในสถานการณ์เดียวกัน การที่จะใช้คำว่าเราก็คงไม่แปลกเท่าไหร่นัก

ไม่รู้ แต่น่าจะหลุดมาซักมิติไหนมิติหนึ่งของโลกมั๊ง เทพแห่งน้ำมองไปรอบๆ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะอยู่ชายป่าที่ไหนซักแห่ง แต่ดูเหมือนว่าทั้งคู่จะไม่ต้องรอคำตอบมากนักเมื่ออยู่ๆก็มีผู้ชายประมาณเกือบ 10 คนเดินมาล้อมพวกเค้าไว้ ดูจากการแต่งตัวแล้วก็คงจะพอเดาได้ว่าพวกเค้าน่าจะเป็นซามุไร ทั้งสองคนหันมามองหน้ากันด้วยความตกใจ ไม่ใช่เพราะว่าถุกล้อม แต่เป็นเพราะว่า

ตอนนี้พวกเค้าอยู่ในช่วงเวลาก่อนหน้าเวลาที่ควรจะเป็นร่วมร้อยกว่าปี!!

สถานการณ์ที่ถูกรุมล้อมโดยกลุ่มคนที่ถืออาวุธปลายแหลมไม่น่าจะเป็นสถานการณ์ที่ดีเท่าไหร่นัก หลังของเทพแห่งน้ำกับเทพีแห่งไฟชนกันอย่างไม่มีโอกาสหนี เสียงของกลุ่มซามุไรในภาษาญี่ปุ่นที่เพี้ยนไปจากปัจจุบันกำลังพุดถึงการแต่งตัวที่แปลกประหลาดของคนสองคนที่กลายเป็นผู้ต้องสงสัยในการลักลอบเข้าเมือง

อยู่เฉยๆนะ เออิจิส่งเสียงบอกคนที่ยืนเอาหลังชนกับตัวเองอยู่ คุมิหันไปมองเสี้ยวหน้าที่เห็นเพียงด้านข้างของอีกฝ่าย และก่อนที่อีกฝ่ายจะได้ทำอะไร แขนขาวจัดภายใต้เสื้อสูทสีเข้มก็รั้งตัวเธอเข้าไปใกล้จนหลังติดกับแผ่นอกของอีกฝ่าย เสียงโวยวายของซามุไรดังอื้ออึงอยู่รอบๆด้วยความตกใจที่อยู่ๆแม่น้ำที่ไหลเอื่อยๆอยู่ข้างหลังก็เชี่ยวกรากขึ้นมา อีกชั่วพริบตาเดียวคลื่นลูกโตที่ไม่น่าจะเกิดในแม่น้ำได้ก็ซัดเอาคนสองคนหายไปกับตา

***************

เป็นยังไงบ้างโทโมฮิสะ เทพแห่งลมหันไปถามหนึ่งในเทพที่สามารถพยากรณ์ได้แม่นยำที่สุด...เทพแห่งเมฆ ร่างสมส่วนไม่ได้ตอบอะไรนอกจากส่ายหน้าน้อยๆ กระแสจิตที่รุนแรงและร้อนแรงอันเป็นสัญลักษณ์ของเทพีแห่งไฟหายไปจากบริเวณนี้อย่างไร้ร่องรอย ซึบาสะเหลือบตาไปมองชายหนุ่มผิวขาวจัดอีกคนที่ยืนอยู่ในห้องด้วย

มิติ อยู่ๆริมฝีปากรูปกระจับก็พูดขึ้นเหมือนนึกขึ้นได้ ถึงจะเป็นคำพูดเบาๆ แต่เมื่ออยู่ในห้องประชุมกว้างขวางที่เต็มไปด้วยน้ำแล้ว ถึงจะเบาแค่ไหนก็ได้ยิน ซึบาสะกับโทโมฮิสะหันไปมองหน้าทักกี้ทันที

มิติอาจจะเปลี่ยนไป ทักกี้พูดขยายความต่อเมื่อเห็นว่าคนทั้งสองส่งสายตามามาองเชิงมีคำถาม

ผมเองก็เคยได้ยินเรื่องนั้นเหมือนกัน ถึงคราวซึบาสะพูดบ้าง

ถ้าพลังที่ต่างกันสุดขั้วปะทะกันในตำแหน่งที่เหมาะสมแล้วอาจจะทำให้มิติเวลาบิดเบือน

ส่วนสถานที่ที่สามารถเชื่อมมิติเข้าหากันได้ก็มีอยู่ที่เดียว.....จะไปศาลเจ้าสึคิโตะไทโยด้วยกันมั๊ยครับ

ถ้าอย่างนั้นก็ไปเจอกันที่นั่นเลยแล้วกันนะครับ เทพแห่งดินพุดก่อนที่เจ้าตัวจะเดินลงไปใต้พื้นห้อง การที่จะออกจากห้องที่เต็มไปด้วยน้ำเพื่อไปคุยกับตำรวจดูเหมือนว่าจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนักในตอนนี้ เทพแห่งลมกางปีกสีขาวจากกลางหลังก่อนที่จะบินออกนอกหน้าต่างบานกว้างพร้อมๆกับเทพแห่งเมฆที่ก้าวเดินเหยียบไปบนเมฆที่รองรับอยุ่ด้านล่าง

***************

คิดยังไงของนายถึงได้จับชั้นโดดลงน้ำหนะน้ำเสียงของเทพีแห่งไฟไม่สู้ดีนักทั้งจากพิษบาดแผลและจากความเย็นที่ตัวเองไม่ชอบ

หรืออยากจะโดนแทงจนพรุนหละ...แล้วอีกอย่างนะ ชั้นเองก็ไม่ได้ชื่อนาย ชั้นเองก็มีชื่อเหมือนกัน น้ำเสียงนิ่งเรียบไม่แสดงอาการของอีกฝ่ายทำเอาคุมิเองชักจะเริ่มไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก

เหรอ...น้ำเสียงห้วนสนิทตามแบบคนที่เก็บอารมณ์ไม่ค่อยจะได้ ใบหน้าเข้ารูปที่ปกติดูน่าดึงดูดกำลังทำหน้ากวนโมโหเหมือนเวลาเจอเรื่องหน้าหงุดหงิดแบบทุกครั้ง

ผมเออิจิ มือขาวแข็งแรงแบบผู้ชายยื่นมาตรงหน้าเพื่อฉุดอีกฝ่ายขึ้นมา สีหน้าของเออิจิยังคงเรียบเฉยไม่ต่างจากเมื่อครู่จนคุมิสรุปได้ว่าคงจะเป็นพวกที่ไม่ค่อยแสดงออกทางสีหน้ามากกว่า

โคดะ คุมิ..เอ่อ..ขอบใจมากนะ ถึงจะไม่ชอบวิธีการแสดงออกของอีกฝ่ายเท่าไหร่นัก แต่ว่าการที่มานั่งทะเลาะกันเองแบบนี้คงจะไม่ช่วยให้อะไรที่เลวร้ายอยู่ตอนนี้ดีขึ้นมาอีก นอกจากนั้นยังเป็นการเสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์ซะเปล่า

นี่..แล้วเราจะทำยังไงกันต่อหละ หญิงสาวหันไปถามอีกฝ่าย รอบๆตัวของทั้งคู่สภาพไม่ได้ต่างจากตอนแรกที่ฟื้นขึ้นมาเท่าไหร่นัก ยกเว้นบริเวณข้างๆมีทางขึ้นเขาเหมือนเป็นทางไปที่ไหนซักแห่ง

นี่ก็ใกล้จะมืดแล้วด้วย จะลองเสี่ยงดูมั๊ยหละ เผื่อจะเจอที่ที่พอจะเป็นที่พักได้บ้างนิ้วเรียวชี้ไปที่ทางที่มีป้ายโบราณที่สภาพไม่สู้จะดีนักปักอยู่ข้างๆ ทางขึ้นเขาที่คุมิเห็นเมื่อครู่

เอาไงก็เอากันสิ หญิงสาวพูดอย่างจนปัญญา ก่อนจะเดินนำชายหนุ่มไปทางขึ้นเขา ดวงตากลมโตมองที่ป้ายเก่าๆที่ตัวอักษรเลือนรางจนอ่านแทบไม่ออก ที่พอจะเห็นก็มีแต่ตัวที่คล้ายๆ ตัวโตะ ที่เป็นตัวฮิรางานะเท่านั้นเอง

***************

แล้วเราจะทำยังไงกันต่อดีครับ คำถามที่ดูคลับคล้ายคลับคลากับคนที่อยู่อีกมิติดังขึ้นจากปากของเทพแห่งลม ข้างๆมีชายหนุ่มตัวขาวจัดที่เป็นคนนึกเรื่องการเปลี่ยนมิติออกยืนทำหน้าจนปัญญาอยู่ข้างๆ

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ แต่ทำไมต้องเป็นที่นี่ด้วยหละครับ ทักกี้ถามอีกฝ่าย

ถ้าพูดถึงเรื่องมิติแล้ว มันก็เป็นเรื่องของการเวลาถูกมั๊ยครับ สิ่งที่เป็นตัวกำหนดวันเวลา สิ่งที่อยู่เคียงคู่กับวันเวลาตลอดเวลาก็มีอยู่ไม่ใช่เหรอครับ พระอาทิตย์กับพระจันทร์ยังไงหละ แต่วิธีที่จะทำให้เชื่อมมิติได้หนะ ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันหรอกนะครับ เคยได้ยินแต่ที่เค้าเล่าต่อๆกันมาว่าเคยเห็นแสงแปลกๆ แล้วหลังจากนั้นก็มักจะมีคนถ้าทางแปลกๆเหมือนหลงยุคหรือหลงถิ่นโผล่มาซึบาสะกล่าวพลางมองไปรอบๆตัว เรือนไม้ที่ออกโบราณตั้งรายรอบเต็มไปหมด

ลองไปดูที่นู่นกันมั๊ยหละครับ ไหนๆก็อุส่าห์มากันถึงนี่แล้วทักกี้พูดพลางชี้ไปที่เรือนญี่ปุ่นโบราณที่ตั้งอยู่ภายใน เรือนที่ดูใหญ่และกว้างที่สุด

***************

เป็นศาลเจ้าหรอกเหรอเนี่ย เทพีแห่งไฟกับเทพแห่งน้ำยืนอยู่บนบันได้ชั้นบนสุดตรงที่เป็นทางเข้าของศาลเจ้าพอดี

วังเวงจังแฮะ บรรยายกาศหลังพระอาทิตย์ตกดินบนยอดเขาที่มีศาลเจ้าเก่าๆอยู่คงจะไม่ค่อยน่ารื่นรมย์เท่าไหร่ในความคิดของคุมิ เออิจิหันไปมองหน้าของคุมิด้วยสายตาที่แปลกๆ

ทำไม พอเจอเสียงอย่างนี้ของอีกฝ่ายเข้าริมฝีปากรูปกระจับสวยก็ยกขึ้นนิดหน่อยเหมือนจะยิ้ม จะว่าไปแล้วนี่เป็นครั้งแรกเลยที่เดียวที่คุมิเห็นเออิจิแสดงอารมณ์ทางสีหน้าตั้งแต่มาที่นี

บอกมานะ ยิ้มอะไร หญิงสาวผมสีน้ำตาลอ่อนยังคงตื้อไม่เลิกแม้ว่าอีกฝ่ายจะหันหน้าหนี

ไม่มีอะไร

ไม่มีอะไรแล้วหนีทำไม...นี่แล้วหัวเราะทำไมอยู่คนตัวขาวก็ก้มลงหัวเราะจนตัวงออย่างเอาเป็นเอาตาย

ก็บอกว่าไม่มีอะไรไงเออิจิหันหลังหนีคุมิที่พยายามจะจับหน้าของเขาให้เงยขึ้น

ไม่มีอะไรก็หยุดหัวเราะสิ...อ๊ะ!!จับได้แล้ว ริมฝีปากอิ่มสีเหมือนไวน์แดงคลี่ยิ้มออกเหมือนเด็กๆเวลาที่ได้ของเล่นถูกใจ ใบหน้าของเทพที่หัวเราะอย่างเอาเป็นเอาตายเหมือครู่หอบน้อยๆเนื่องจากหายใจไม่ทัน พอเห็นว่าตัวเองโดนจับได้ก็เงยหน้าขึ้นมายิ้มให้นิดๆ

....

เงียบทำไมหละ ทีอย่างนี้ก็เงียบเชียว หญิงสาวปล่อยมืออกจากหน้าอีกฝ่ายก่อนจะเสเดินเข้าไปในศาลเจ้าเมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่พูดอะไรจ้องเอาจ้องเอา เออิจิยิ้มน้อยๆกับตัวเองเมื่อเห็นแก้มของอีกฝ่ายซับสีเลือดขึ้นมา

เป็นครั้งแรกที่คิดว่าคงไม่มีใครยิ้มได้สวยเท่านี้อีกแล้ว

2bcon

ชอบกันรึเปล่าเอ่ย คาดว่าตอนต่อไปคงอาจจะเป็นวันเสาร์ไม่ก็หลังตรุษจีนนี้นั่นหนะแหละค่ะ

พีเอส. ติดการ์ตูน........โดราเอมอน ดรากอนบอล โคนัน ซากุระ ดาดาดา บลา..บลา...บลา...

พีเอส2. เอมวีโทโมยะที่เราพูดไว้ครั้งที่แล้วคือ omaeyanaito akkanenค่ะ


edit @ 2007/02/15 19:45:15

Comment

Comment:

Tweet


กรี๊ดกรี๊าดมากๆค่ะ มีคูจังในฟิคด้วยยยย
คู่กับเอจิแน่เร้ย ฮิๆๆ
ฟิคในตำนวนเลยนะเนี่ยยยยย........ชอบๆๆๆ
มีทั้งกี้บะ โทโมะโทมะ(หรือโทมะโทโมะ ) มีเจ้คูด้วย ฮิๆๆๆๆ
จะติดตามต่อไปเรื่อยๆนะค่า พลีอตเรื่องน่าสนใจ
#7 by Hane (125.25.0.40) At 2007-03-15 00:52,
น้องฟ้า พี่มาแล้ววววว
สอบโอเนทเสร็จแล้ว เหลือเอเนทอีก3วิชา โฮกกกกก
เอ่อ...เข้าเรื่องฟิกดีกว่าเนอะ
ตอนนี้ชอบอะ มีหลงยุคด้วย แต่ถ้าให้ดีน่าจะเป็นคู่ของท่านเทพแห่งลมกับดินนะ
เค้าจะได้สวีทหวานกันสองคน ฮ่าๆๆ
#6 by Natsu* (203.113.39.9) At 2007-02-25 21:46,
ยังสอบไม่เสร็จเลย ความจริงนี่ก็ยังไม่เสร็จจ๊ะ แต่ว่ารู้สึกอยากหาอะไรอ่าน

ไปอ่านตอน 3 ดีกว่า
#5 by Yohan Nefia At 2007-02-22 23:12,
ฟ้า ~~!!! เค้ามีเรื่องจะขอร้อง~!!
คือว่าฟ้ารู้จัก EXILE ใช่ป่ะ คือว่าเค้าตามหาเพลง ki.zu.na กะ เพลง believe (original vr.) อยู่อ่ะ มันเก่าโคตรๆแล้วอ่ะ ลิ้งเลิ้งมันก็หมดอายุไปหมดแร้ว T^T ช่วยเค้าด้วยน้า~~~
#4 by แพรว (124.121.141.87) At 2007-02-18 22:08,
มาแต่งต่อเร็วๆน๊าเค้ารออยู่หล่ะ

มาต่อยาวๆด้วยอ่ะ
เค้าอยากอ่าน

เมื่อไหร่กี้กะซะจะเเบว่าตาจ้องตาสักกะทีอ่ะอยากรู้แล้วน๊า=_=
#3 by nanynew -^- At 2007-02-18 01:22,
สอบเสร็จแล้วดีใจด้วยนะค่ะ
ตอนนี้ดูน่าติดตามดีค่ะ มาต่อเรื่อย ๆ นะ
#2 by ayu_takky (203.114.104.55) At 2007-02-15 21:40,
สอบเสร็จแล้วดีจังเลยน๊า....ที่ว่าดีน่ะเราก็จะได้ไม่เหงาด้วยได้อ่านฟิคของน้องฟ้า อาทิตย์ละต้อง 2 - 3 ครั้ง (ตามที่น้องฟ้าหลอก เอ๊ย ! บอก แหะ แหะ) ขอชมจากใจจริงเลยนะว่าเก่งมาก ๆ เลย ที่สามารถแต่งฟิคแบบนี้ได้ แค่เราอ่านก็งงจะแย่ แต่ตอนนี้ค่อยหายงงแล้วหล่ะ แค่เห็นพล๊อตเรื่องแล้วคิดว่าน่าจะยากน่าดูในการแต่ง ขอบคุณมากนะคะ แต่ถ้าอยากให้คนอ่านมีความสุขมาก ๆ ก็ขอฉากหวาน ๆ ของท่านเทพแห่งลมกับท่านเทพแห่งดินสักหน่อยก็ดีที่สุดเลยหล่ะ
ปิดเทอมแล้วมีโปรแกรมไปเที่ยวที่ไหนเอ่ย?
#1 by Smile (203.113.81.140) At 2007-02-15 21:14,