2007/May/10

เนื่องจากหลายๆอย่างนะค่ะ แต่ดูเหมือนคอมเราจะไม่ค่อยกินเส้นกับบล็อคนี้เท่าไหร่ หลายรอบเลยที่จะอัพอะไรก็อัพไม่ได้ เราก็เลยตัดสินใจย้ายบล็อคค่ะ

บล็อคใหม่ค่ะ


edit @ 2007/05/10 18:35:48

2007/May/01

จะยังมีคนจำฟิคเรื่องนี้ได้แล้วรออ่านอยู่รึเปล่าเนี่ย หลังจากที่มัวแต่ฟิควันเกิด นับไปนับมาก็ผ่านไปหนึ่งเดือนกับการที่ไม่ได้ต่อฟิคเรื่องนี้ ขอโทษด้วยนะค่ะที่มาต่อช้า ทั้งๆที่ตั้งใจว่าปิดเทอมนี้จะลงฟิคให้ได้ 2-3 ตอนต่ออาทิตย์ ทั้งๆที่ตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะให้จบก่อนเปิดเทอม แต่รู้สึกว่ายังอีกยาวไกลเลย ตอนนี้เราก็เรียนพิเศษจบแล้ว เพราะฉะนั้นเราก็จะพยายามมาต่อฟิค ถือว่าชดเชยส่วนของเดือนที่แล้วด้วยก็แล้วกันเนอะ

สำหรับตอนนี้นอกจากจะสั้นแล้ว เราอาจจะโดนฆาตกรรมได้เนื่องจากคู่ทักกี้ซึบาสะน้อยมาก เหมือนเราจะเน้นคู่รองยังไงก็ไม่รู้ แหะๆๆ อืม...คือเราอยากจะขอความเห็นของทุกคนหน่อยอ่ะ คือเราว่าฟิคเรื่องเนี่ย เนื้อเรื่องมันเอื่อยๆ น่าเบื่อยังไงก็ไม่รู้ คิดยังไงก้นช่วยเม้นเอาไว้หน่อยได้มั๊ยอ่ะ เราจะได้เอาไปแก้ แบบเนื้อเรื่องยืดไป หรือว่าน่าเบื่อ อะไรอย่างเนี๊ยะ คิดยังไงกันช่วยเม้นเอาไว้หน่อยนะค่ะ

ก่อนจะอ่านฟิคกัน เกือยลืมแหนะ แฮบปี้เบริธเดยืเคย์จังด้วยนะค่ะ ก็ขอให้เคย์จังมีความสุขมากๆ ประสบความสำเร็จใจมุกๆด้าย สุขภาพแข็งแรง เป็นคนที่ร่าเริงอย่างนี้ตลอดไป

อ่านกันสนุกๆนะค่ะ

title :: fairy tale

author :: miharu
charactor :: tackey & tsubasa

tomo & toma

eiji & kumi

category :: fantasy fiction

ภาพเงาลางๆของคนๆนึงประทับอยู่กลางแสงอาทิตย์ยามเย็นที่สาดส่องลงมา โครงร่างที่เห็นเพียงแค่คร่าวๆทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายดูบอบบางเพียงใด ภาพถัดมาที่ปรากฏคือภาพที่คาดว่าน่าจะเป็นภาพของคนๆเดิมกำลังเคลื่อนที่ต้านกับแรงลม สรีระที่เห็นทำให้รู้ว่าเป็นผู้ชาย แต่นอกจากนั้นแล้ว สิ่งที่รู้เพิ่มขึ้นมาอีกก็คือผิวสีน้ำผึ้งและใบหน้าที่แม้เพียงเห็นลางๆก็คงพอจะบอกได้ว่าน่าดึงดูดเพียงใด...เหมือนเทพในนิยาย และภาพต่อมาเทพองค์ที่งามที่สุดกำลังแผ่ขยายปีกออกมา ช่วงตัวเรียวยาวห่อตัวเองเอาไว้เหมือนกับกำลังปกป้องอะไรบางอย่างที่อยู่ข้างใน ขนนกหลายร้อยที่เรียงต่อกันเป็นสิ่งที่เรียกว่า ปีก โบกสะบัด ไม่ช้า เทพที่งดงามกว่าใครก็กำลังเริงรำท่ามกลางสายลมและเส้นขอบฟ้าที่สวยงาม รอยยิ้มจางๆบนใบหน้าชวนให้อิ่มเอมใจ และคงมีพลังแห่งความอบอุ่นมาพอที่จะแผ่ให้ผู้อื่นที่อยู่รอบข้างได้ ทุกครั้งที่เปลี่ยนท่วงท่าจังหวะดนตรีก็จะเปลี่ยนไป สิ่งเดียวที่ยังคงเหมือนเดิมก็คือใบหน้ากับรอยยิ้มที่ตรึงใจ ไม่ต่างกับตอนที่เล่นเปียโนที่งานนั่นซักนิดในความคิดของทาคิซาว่า

ชอบรึเปล่าครับ มือเรียวค่อยๆขยับเปลี่ยนรูปที่อยู่ในมือไปทีละรูปอย่างใจเย็น ริมฝีปากอิ่มยิ้มให้นิดๆ ดวงตาเป็นประกายเมื่อเห็นว่าผลงานที่ทำออกมาดีเพียงไร

ผมชอบมากเลยครับ ทักกี้ไม่ได้ตอบอะไรเพียงแค่ยิ้มจางๆ มือที่เมื่อครู่จับภาพให้ดูกำลังคนกาแฟร้อนที่ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ

ทางนู๊นเค้ากำหนดวันเปิดตัวหนังสือแล้วนะครับ สักพักคนตัวขาวก็พูดขึ้นเหมือนเพิ่งนึกออก คิ้วเรียวของคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเลิกขึ้นน้อยๆ

ผมไม่รู้เลยนะครับเนี่ยว่าต้งออกไปแถลงข่าวด้วย แล้วเมื่อไหร่หละครับ

อีกสองอาทิตย์ครับ พอได้ยินใงหน้าสีน้ำผึ้งก็ออกอาการลำบากใจอย่างเห็นได้ชัด

ติดงานหรือครับ ทักกี้ถามต่อเมื่อเห็นใบหน้าของอีกฝ่าย เจ้าตัวพยักหน้าให้นิดๆ

ช่วงไหนหละครับ งานเริ่มตอนกลางคืน

โชคดีนะครับที่ผมมีงานตอนกลางวัน แต่ว่าโชคร้ายนะครับเพราะงานที่ผมทำต้องไปทำที่ต่างประเทศ

คงไม่เป็นไรหรอกมั๊งครับ แล้วผมจะคุยกับทางนั้นให้ คนตัวขาวว่าพลางจิบกาแฟของตัวเองบ้าง พอได้ยินอย่างนั้น คิ้วที่ขมวดอยู่เพราะความไม่สบายใจของอีกฝ่ายก็คลายออกโดยอัตโนมัติ เจ้าตัวยิ้มอย่างโล่งอก จนทาคิซาว่าอดจะยิ้มตามไม่ได้

ขอบคุณมากนะครับ คราวนี้ เทพรูปงามยิ้มให้ผมน้อยๆก่อนจะกลับไปสนใจกับถ้วยกาแฟของตัวเองอีกครั้ง ถ้าตอนนี้ผมเอามือมาจับหน้าอกตัวเองเอาไว้ ผมจะต้องรุ้สึกถึงแรงอะไรบางอย่างที่ส่งออกมาจากข้างในแน่นอน

....แค่ได้เห็นยิ้มของเทพรุปงาม หัวใจก็เต้นแรงจนควบคุมไม่ได้....

***************

หายไปไหนกันนะ ทั้งคู่เลย คุมิบ่นพึมพำเบาๆเมื่อไม่เห็นแม้แต่เงาของโทโมฮิสะและซึบาสะมาจะสามวันแล้ว คนแรกยังพอเข้าใจว่าต้องหลบนักข่าว แต่คนหลังนี่สิ โรงเรียนก็ไม่มา ที่แมนชั่นก็ไม่อยู่ ไม่ยอมติดต่อมาด้วย หญิงสาวถอนหายใจอย่างคิดไม่ตก ยิ่งเห็นคนหน้าห้องที่ยืนคุยกับอาจารย์ก็ยิ่งหงุดหงิด

เป็นแฟนกันนะ คำพุดก่อนที่เจ้าตัวจะปล่อยให้คุมิลงจากรถเมื่อวานตอนเย็นยังคงดังวนเวียนอยู่ในหัวเมื่อวานนี้หลังจากที่เออิจิพาเธอไปกินข้าว ขับรถวนไปวนมาจนพออกพอใจ เจ้าตัวก็พาเธอมาส่งถึงแมนชั่นได้อย่างถุกต้องทั้งๆที่เธอไม่ได้บอกอีกฝ่ายเลยด้วยซ้ำว่าเธอพักอยู่ที่ไหน

มือเรียวเอื้อมขึ้นมาถูริมฝีปากตัวเองแรงๆอีกครั้งเมื่อนึกได้ว่าโดนอีกฝ่ายจุบเข้าให้ ลืมความสงสัยไปซะหมดว่าอีกฝ่ายรู้ได้อย่างไรว่าเธอพักอยู่ไหน ดวงตากลมโตขุ่นมัวขึ้นไปอีกเมื่อเห็นอีกฝ่ายจ้องอยุ่แถมยังยิ้มนิดๆเชิงล้อเลียนอีกต่างหาก..คิดว่าเธอเป็นคนใจง่ายหรือไง??

***************

อีกด้านนึงคนที่คุมิกำลังถามหาก็ไม่ได้ไปไหน ชายหนุ่มร่างสมส่วนยืนอยู่หน้ารูปภาพรูปโปรด อะไรบางอย่างที่อยู่ในภาพดึงดูดเข้าเอาไว้ ความรู้สึกเหงาลึกๆที่แผ่ออกมากับสายดินสอเส้นเล็กๆโปรยปรายมาจากท้องฟ้าสีหม่นในภาพวาด บรรยากาศที่เงียบเหงาของภาพทำให้ใจส่วนที่สงบของโทโมฮิสะร้องบอกถึงความจริงที่แอบแฝงอยู่...เหงา

มาแต่เช้าเลยนะครับ คนตัวขาวพร้อมกับรอยยิ้มสดใสเดินมาอยู่ข้างๆตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ โทโมฮิสะหันมายิ้มให้เก้อๆก่อนจะหันกลับไปมองรูปภาพดังกล่าวอีกครั้ง

ความจริงแล้ว ผมยังวาดภาพนี้ไม่เสร็จหรอกนะครับ โทมะพูดขึ้นทำลายความเงียบ คิ้วเข้มของชายหนุ่มเลิกขึ้นเชิงสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกไป

ฝนไม่เคยตกอีก....ที่นั่น รอยยิ้มอ่อนโยนแฝงประกายสดใสน้อยๆ มือเรียวลุบไปที่ภาพวาดเบาๆ

ที่นั่นบอกตัวตนของผม..........และฝนก็บอกความรู้สึกของผม โทโมฮิสะยังคงเงียบ ไม่อยากให้อะไรมาขัดจังหวะเสียงพูด ดวงตากลมโตมองที่ภาพวาดที่เจ้าตัวบอกว่ายังวาดไม่เสร็จ จิตกรวาดภาพเพื่อสื่อถึงความรู้สึก โทมะคงอยากจะฝากสายฝน สื่อให้ใครก็ตามที่ดูอยู่รู้ว่า เหงา

สวยมากเลยนะครับ น้ำเสียงของโทโมฮิสะไม่ได้ชื่นชม แต่ออกแนวเพ้อน้อยๆเสียมากกว่า นั่นทำให้โทมะอดจะยิ้มออกมาไม่ได้ ตอนนี้โทโมฮิสะรับรู้ได้ว่าอะไรบางอย่างกำลัง....หายไป

วันนี้ผมอยากวาดรูป โทมะพูดขึ้น ชายหนุ่มปรายตาออกจากภาพวาดหันมามองคนตัวขาวที่ยืนอยู่ข้างๆอย่างเต็มตาเป็นครั้งแรกของวัน

อยากจะดูรึเปล่าครับ คนตัวเล็กพูดแต่เจ้าตัวไม่ได้อยู่รอเอาคำตอบ โทโมฮิสะก้าวช้าๆตามอีกฝ่ายที่เดินผ่านไปยังอีกห้องนึง ภายในมีอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำงานศิลปะวางอยู่เรียงราย

จะวาดอะไรหรือครับ โทโมฮิสะถามคนตัวเล็กที่กำลังขึงผ้าใบ แต่อีกฝ่ายส่ายหน้าน้อยๆ...ยังไม่รู้

ถ้าไม่รังเกียจ ช่วงยวาดรูปผมหน่อยได้มั๊ยครับ โทมะเลิกคิ้วขึ้นๆนิดๆด้วยความประหลาดใจก่อนจะยิ้มให้

ถ้าดาราชื่อดังมีรูปที่ไม่สวยขึ้นมาห้ามฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผมนะครับ โทมะว่าพลางนั่งลงข้างหน้าโทโมฮิสะ ดวงตาเรียวมองไปข้างหน้า กวาดตาไปรอบๆก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนโซฟาที่ไม่ห่างกันนัก ใบหน้าสีน้ำผึ้งดูคมเข้ม ดวงตาคมโตประกายความเอาแต่ใจ ริมฝีปากอิ่มสวยยิ้มน้อยๆมาให้ ทุกอย่างดูดีอย่างลงตัว ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมคนๆนี้ถึงได้ดึงดูดคนเป็นแสนเป็นล้านเอาไว้ได้

***************

ทำไมทำหน้าอย่างนั้นหละ หลังจากเสียงออดพักกลางวันดังขึ้น คนที่ถูกจับจ้องมาตั้งแต่การเรียนคาบแรกก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างรวดเร็ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่เร็วพอที่จะเดินออกจากห้องก่อนอีกฝ่ายได้ ดวงโตกลมโตเหลือบขึ้นมองหน้าคนที่ยืนขวางทางอยุ่อย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ แต่ใบหน้าของเจ้าตัวก็ยังดูนิ่งสนิท คงจะมีเพียงปลายมุมปากที่ยกขึ้นน้อยๆจนคนอื่นแทบสังเกตไม่เห็นเท่านั้นแหละที่บอกได้ว่าชายหนุ่มดุจะสนุกสนานเพียงใด

ไปทานข้าวกัน เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมตอบอะไรกลับมา เจ้าตัวก็คว้าเอาข้อมือของอีกฝ่ายแล้วลากให้เดินไปด้วยกัน แต่ว่าชายหนุ่มออกจะประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยอมเดินตามมาดีๆ

จะไปไหน ประโยคแรกของวันที่เออิจิได้ยินจากปากของคุมิ ชายหนุ่มเหล่มองหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆก่อนจะหักพวงมาลัยรถไปอีกทาง

ก็พาไปทานข้าวไง คุมิตวัดหางตามามองอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจในคำตอบเท่าไหร่นัก ถึงจะจริงอยู่ที่ว่าทางโรงเรียนไม่ได้มีกฎว่าห้ามออกข้างนอกหรือขับรถ แต่ก็ใช่ว่าเวลาช่วงพักเที่ยงที่ทางโรงเรียนกำหนดจะมีมากพอที่จะขับรถออกไปไหนต่อไหนได้

ชั้นมีเรียนตอนบ่ายนะ คุมิพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มจะพาเธออกไปไกลจากโรงเรียนมากขึ้นเรื่อยๆ ฟังดูก็รู้ว่าคนพูดอารมณ์ไม่ดีแค่ไหน เจ้าตัวพยายามที่จะข่มเสียงไว้ ไม่โวยวายให้มากเพราะรู้ว่าทำอะไรไม่ได้ อย่างตอนที่หลุดมิติไปเมื่อคราวก่อน เจ้าตัวไม่เคยสะทกสะท้านกับอารมณ์ขึ้นๆลงๆของเธอเลยซักนิด

ผมรุ้เออิจิพูดพลางยิ้มนิดๆอย่างสบายอารมณ์ เธอหันไปมองหน้าอีกฝ่ายในเมื่อรู้แล้วจะพาออกมาไกลขนาดนี้ทำไม

เอ้า...ถึงแล้ว ชายหนุ่มพูดพลางดับเครื่องยนต์ ด้านหน้าของทั้งคู่เป็นร้านอาหารอิตาเลี่ยนกึ่งคาเฟ่ แต่คุมิก็ไม่แม้แต่ก้าวขาลงจากรถ

ไม่ลงเหรอ เออิจิหันมาถามคนที่เอาแต่นั่งมองกระจกน่ารถเหมือนเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก

คิดจะทำอะไร ตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว ดวงตากลมโตจ้องตาคนที่ยืนอยู่เหนือกว่า

ก็บอกไปแล้วว่าอยากเป็นแฟน คำพูดที่ว่ามาไม่ได้ช่วยให้เะอกระจ่างขึ้นเลยซักนิด

คุณรู้รึเปล่าว่าทำไมผมถึงคืนหินศักดิ์สิทธิ์แห่งน้ำให้คุณ.....คุณเป็นคนแรกที่ผมไม่อยากจะพูดคำว่าลาก่อนด้วย ถึงแม้ว่ามันจะสำคัญมากแต่ถ้ามันทำให้ผมเปลี่ยนคำว่า ลาก่อน เป็นคำว่า เจอกันใหม่ ผมก็ยอม ตอนนี้มันอาจจะเร็วไปที่จะพูดว่ารักหรือแม้กระทั่งคำว่าชอบ และมันก็คงทำให้คุณเชื่อไม่ได้ด้วย แต่อยากลองให้คุณให้โอกาสผมบ้าง ดวงตาสีอ่อนดูจริงจัง น้ำเสียงดูไม่มั่นใจแต่หนักแน่น

... เทพีแห่งไฟไม่ได้ตอบอะไร เธอยังคงเงียบเหมือนจะรอให้อีกฝ่ายพุดต่อ

ถึงมันอาจจะฟังแล้วเชื่อถือไม่ค่อยได้เท่าไหร่ และผมก็จะไม่หาคำสัญญา อ้างคำสาบาน หรืออะไรก็ตามมาทำให้คุณเชื่อ เพียงแต่ ผมไม่อยากมานั่งเสียใจทีหลังกับความรู้สึกที่ตัวผมเองเป็นคนปล่อยให้มันผ่านไป ถึงแม้ว่าวันพรุ่งนี้มีสำหรับทุกคนเสมอ แต่เวลาที่กำลังเดินผ่านไปในตอนนี้มันก็อาจจะทำให้วันพรุ่งนี้สำหรับคุณหายไปอีกหนึ่งวัน มันอาจจะฟังดูเห็นแก่ตัวไปหน่อย ที่พูดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว แต่ว่าช่วยให้โอกาสผมหน่อยได้มั๊ย ให้เวลาในตอนนี้ วินาทีนี้ที่ผ่านไปเป็นตัวบอกคุณว่า วันพรุ่งนี้สำหรับคุณ คุณจะให้ผมมีส่วนร่วมด้วยได้รึเปล่า

ไปกินข้าวกันเถอะ ไม่รู้ว่าตาฝากไปรึเปล่า แต่ริมฝีปากอิ่มของคุมิยิ้มน้อยๆก่อนจะเป็นฝ่ายดึงมือผมเดินเข้าไปในร้านอาหารเสียเอง

***************

ในห้องที่คลอไปด้วยเสียงดนตรีเบาๆ ชายหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งนอนเหยียดขาอยู่บนโซฟาตัวยาว ดวงตากลมโตกวาดไปตามตัวหนังสือที่ถูกพิมพ์อย่างเป็นระเบียบบนมือของตัวเอง นานๆครั้งจะเงยหน้าขึ้นมาดุคนที่นั่งอยุ่หน้าผืนผ้าใบสีขาว จนเวลาผ่านไปเกือบสามชั่วโมง ชายหนุ่มค่อยๆเดินมาหาอีกฝ่ายที่เอาแต่นั่งมองผืนผ้าสีขาวเรียบๆข้างหน้า

อ้าว..โทมะหลอกผมเปล่าเนี่ย ชายหนุ่มโวยวายน้อยๆเมื่อมองเห็นผืนผ้าใบว่าเปล่า

ผมยังวาดไม่ได้หนะครับ เอาไว้ถ้าผมวาดเสร็จเมื่อไหร่แล้วผมจะเอาไปให้ยามาชิตะคุงดูดีมั๊ยครับ รอยยิ้มที่สร้างสีสันสดใสได้เสมอทำเอาโทโมฮิสะลืมเรื่องการวาดรูปไปเสียสนิท เวลาสามชั่วโมงกว่าที่ต้องนั่งอ่านหนังสืออยู่เฉยๆได้รับการชดเชยจากโทมะด้วยการออกไปทานอาหารมื้อเที่ยงด้วยกัน

อาหารที่นี่อร่อยดีนะครับ ยามะพีพูดพลางมองไปรอบๆร้านอาหาร ไม่แปลกใจเลยซักนิดที่ร้านนี้จะเป็นร้านโปรดของอีกฝ่าย รอบๆเทอเรสเต็มไปด้วยกระถางดอกไม้ให้สีเขียวที่ชวนสดชื่น แม้จะเป็นเวลาเที่ยงแต่กลับมีลมเย็นๆพัดผ่านอยู่ตลอด

ไม่แพ้ร้านที่ยามาชิตะคุงพามาเลยใช่มั๊ยหละครับ รอยยิ้มสว่างไสวชวนให้สดชื่นยิ่งกว่าต้นไม้ที่เรียงรายอยู่รอบข้าง ทำให้อาหารที่อยู่บนโต๊ะพร่องลงไปเรื่อยๆอย่างง่ายดาย ไอศครีมเย็นๆที่ตกแต่งด้วยผลไม้สดหลากหลายถูกนำมาเสริฟต่อจากอาหารรสเยี่ยมที่หายลงท้องไป ดาราหนุ่มยิ้มนิดๆ แต่คงทำให้สาวๆกว่าครึ่งประเทศกรี๊ดแน่ๆถ้าได้มาเห็น

ชอบทานของหวานหรือครับ โทมะถามขึ้นเมื่อเห็นท่าทางของอีกผ่ายหลังจากที่ได้ลิ้มรสความเย็นจากไอศกรีมสีสันสวยงาม

ครับ ทั้งเค้ก ไอศกรีม อะไรที่หวานๆเย็นๆผมชอบหมด ริมฝีปากอิ่มของอีกฝ่ายแดงเข้มด้วยความเย็นจากของหวานที่เจ้าตัวโปรดปรานส่งยิ้มมาให้ก่อนจะยืนยันให้อีกฝ่ายรู้แน่นอนว่าพูดจริงด้วยการตักไอศกรีมสีสวยเข้าปากตามด้วยผลไม้สดหลากหลาย เจ้าตัวยิ้มแย้มอย่างมีความสุข และโทมะคงจะจ้องอยู่อีกนานถ้าความเย็นจากหยดของไอศกรีมที่เริ่มละลายไม่ไหลมาโดนมือ ดวงตาที่แฝงประกายสดใสอยู่เสมอหลุบลงต่ำอย่างรวดเร็วเหมือนโดนจับได้ว่าจ้องคนอื่นทั้งๆที่ดุเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำ หัวใจเต้นรัวเร็วจนเจ้าตัวยังตกใจ แก้วขาวใสระเรื่อไปด้วยสีเลือดฝากน้อยๆ และไม่รู้จะทำยังไงก็เลยตักไอศครีมที่วางอยู่ข้างหน้าเข้าปากแก้ขวย

ส่วนคนที่โทมะคิดว่าไม่รู้ตัวนั้นกำลังลิ้นชาอย่างหนักเนื่องจากความเย็นที่ได้รับผ่านทางไอศกรีม แต่เจ้าตัวก็ยังคงปั้นหน้าเหมือนคนมีความสุขที่ได้ลิ้มรสรสชาติชวนสดชื่นทั้งๆที่ตอนนี้ลิ้นด้านชาจนไม่สามารถรับรสอะไรได้แล้ว ริมฝีปากที่ยิ้มแย้มอยู่ตอนนี้ไม่ใช่เพราะได้ทานของหวานอย่างที่ชอบแต่เป็นเพราะสายตาของคนที่นั่งตรงข้ามต่างหาก แรงบีบในอกของโทโมฮิสะแรงขึ้นเมื่อดวงตาที่แฝงประกายสดใสของอีกฝ่ายอยู่เสมอค่อยๆมองไล่ไปทั่วใบหน้า ถึงแม้จะชินกับการตกเป็นเป้าสายตาด้วยความที่เป็นดารา แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าตัวใจเต้นและดูเหมือนจะแฝงความอายเอาไว้น้อยๆด้วยยามที่โดนจ้อง และก็คงเป็นครั้งแรกด้วยอีกเช่นกันที่ทำอะไรไม่ถูกเมื่อโดนจ้องเอาจ้องเอา ดังนั้นหลังจากได้ลิ้มรสไอศกรีมเพียงแค่คำเดียว สิ่งที่สมองของโทโมฮิสะประมวลผลได้ก็คงมีแต่ความเย็นเท่านั้นหละมั๊ง ผลไม้ชุ่มฉ่ำที่ผ่านเข้าปากไปลิ้นก็ไม่ได้รับรสแม้แต่น้อย แต่เจ้าตัวก็ยังคงเอาเข้าปากอยุ่เรื่อยหวังว่ารสชาติของมันอาจจะทำให้ลื้นของโทโมฮิสะสามารถรับรสได้แล้วลืมสนใจกับเสียงหัวใจที่เต้าระรัวเป็นจังหวะอยู่ในอกซะที ถึงอย่างนั้นมันก็ดูว่าจะไม่ได้ผลเอาซะเลยเมื่ออยุ่ๆประกายตาสดใสก็หลุบลงต่ำ ท่าทางที่เหมือนกับเขินอายน้อยๆรวมกับสีเลือดฝากบนแก้มทำให้ใจโทโมฮิสะเต้นแรงมากขึ้นไปอีก ความเย็นที่เคยเป็นอย่างเดียวที่สมองประมวลผลได้หายไปกลายเป็นความรู้สึกต่ออีกฝ่ายที่ดังในหัว

...น่ารักชะมัด!!...

2bcon

สัญญา ตอนหน้าคู่ทักกี้กับซึบาสะเยอะแน่นอน

พีเอส. ดีใจจังเลยที่จินกลับมาแล้ว แต่ฟิคคู่จินเมะฉลองดีมั๊ยน้อ...555+ ได้ข่าวว่าแฟร์รี่ยังไม่ไปถึงไหน


edit @ 2007/05/01 18:27:46

2007/Apr/19

จากคนที่ไม่เคยรู้จักกัน

จากจุดเริ่มต้นที่อ่อนแอและไม่แน่นอน

จากความพยายามของคนกลุ่มเล็กๆกลุ่มหนึ่ง

จากก้าวเล็กๆที่มั่นคงของคนหลายคน

จากการข้ามผ่านอุปสรรคหลายๆอย่าง

วงที่มีคนหกคนที่ไม่เคยรู้จักกันเลยมาอยู่ด้วยกัน

วงที่ถุกฟอร์มขึ้นมาชั่วคราว

วงที่เกิดขึ้นเพื่อการเต้นแบ๊คให้คินขิคิดส์

วงที่ก้าวผ่านอุปสรรคหลายๆอย่างมาได้

วงที่ต้องนับรอวันพร้อมกับมองคนหลากหลายคนที่เดินแซงหน้า

...kattun...

จุดเริ่มต้นยากเสมอเพราะสิ่งที่มีอยู่ก่อนคือความว่างเปล่า

Credit :นิ้วกลม

***************

หายหน้าหายตาไปนานแล้วทีเดียว กลับมารายงานตัวแล้วค่าาาาา.....ฟิคก็ไม่มาต่อ สารภาพเลยว่าแต่งต่อไม่ออกเนื่องจากโดนตรีโกณทำลายเซลล์สมอง แฮะๆๆๆจะพยายามมาต่อให้เร็วที่สุดแล้วกัน เพราะฉะนั้น อย่าพูดถึงมันเลยดีกว่า

เข้าเรื่อง...ความจริงที่วันนี้มาอัพบล็อก เพราะว่าเมื่อกี้ดูคอนคัตตุน...แล้ว....ร้องไห้ แบบน้ำตาไหลออกมาเอง ไม่ใช่แค่คลอแต่ไหลออกมาเลย ดูแล้วประทับใจมาก เป็นความรู้สึกที่น่าประทับใจจริงๆ ตอนที่เราดูเพลงprecious oneเราเริ่มน้ำตาคลอ แต่พอเห็นยูอิจิร้องไห้เราน้ำตาไหลเลย ประทับใจมากๆ

จากเด็กหกคนที่ไม่รู้จักกันเลย ถูกฟอร์มวงขึ้นมาชั่วคราวเพื่อเต้นเป็นแบ๊คอัพในคอนเสริต์ของคินขิคิดส์ แต่เพราะว่าวงนี้ทำท่าว่าจะไปได้สวย วงนี้ก็เลยถุกผลักดันอย่างเป็นจริงเป็นจัง เริ่มจากวงๆหนึ่งในจอนนี่ห์จนมีคอนเสริต์เป็นของตัวเองครั้งแรก เราจะได้ว่าในคอนนั้นอุเอดะร้องไห้ ร้องแบบสุดๆ กว่าจะได้เดบิว คัตตุนก็เป็นอีกหนึ่งวงที่เหมือนจะถุกดองเหมือนกัน ทั้งๆที่ดังมากแต่ไม่ได้เดบิว ตอนที่คาเมะออกซิงเกิลโปรโมทโนบุตะ คาเมะพุดประมาณว่าคัตตุนเป็นวงรุ่นพี่ของนิวส์แต่ยังไม่ได้เดบิวเลย เราว่าแฟนเพลงคัตตุนคงใจเสียเหมือนกันแหละ ตอนนั้นยูอิจิกับอุเอดะอายุเลยยี่สิบไปแล้วด้วย แถมตอนต้นปีนึงก็มีข่าวเหมือนคัตตุนจะโดนเลื่อนการเดบิวออกไปอีก ระหว่างนั้นข่าวของสมาชิกแต่ละคนก็ไม่ค่อยจะดีด้วย กว่าจะมาถึงวันนี้ได้เค้าก็คงพยายามกันมาเหมือนกัน

ถึงหลังจากเดบิวแล้วจะยังมีข่าวที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ว่าเรามีข่าวดีมาลบล้าง555+ อาคตานิชิ จินกลับมาแล้ง ความจริงได้ข่าวว่ามันกลับมาตั้งแต่วันเกิดเมะแล้ว แล้วก็มาทำงานเบื้องหลังให้เพื่อนๆ รู้มาว่าพรุ่งนี้จะมีการแถลงข่าว(ขอบคุณนี๊ดมากคับที่บอก) มีคนบอกมาว่า หลังจากกลับมาแล้ว จอนจะงดเหล้างดบุหรี่งดเที่ยวกลางคืน...ประเสริฐโคตร กำลังแอบกลัวอยู่ว่าจินจะแถลงข่าวว่าไร กลับมาเป็นคัตตุน ออกซิงเกิลเดี่ยว หรือขอทำงานเบื้องหลัง แต่น่าจะเเป้นอันแรกนะ เพราะคุณจอนนี่ห์เอาพีวียูมาโปรโมท แล้วตัวจินเองก็บอกว่าจะกลับมาเป็นคัตตุนอย่างแน่นอน ถ้าเป็นสองอันหลังมันก็ไม่เป็นคัตตุนหนะสิ

ตอนนี้เราเข้าใจเลยว่าทำไมเวลาคนญี่ปุ่นชอบอะไร อยากทำอะไรถึงได้พยายามสุดๆ วันที่ความพยายามในทางที่เลือกเดินพามาถึงความสำเร็จที่ใฝ่ฝันมันน่าภูมิใจอย่างนี้นี่เอง...หวังว่าเราเองก็คงจะมีวันแบบนี้ในชีวิตเหมือนกัน

เป็นอีกหนึ่งคอนเสริตที่เรารู้สึกว่าคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปจริงๆ..น่าประทับใจมาก

พีเอส. ข้อมูลของคัตตุนที่เราเขียนลง เราเองก็อาศัยจำเอาตอนฟังมาจากคนอื่น หรือไม่ก็อ่านเอาบ้าง เพราะฉะนั้นมันอาจจะไม่ได้เป็นความจริง เราอาจจะจำผิดหรือว่าสับสน ถ้าแฟนคัตตุนเข้ามาอ่านเจอว่าเราเข้าใจอะไรผิดก็เขียนบอกเอาไว้ได้เลยน๊าาาา

พีเอส. ทำไมไม่เคยมีคอนทักกี้ซึบาสะคอนไหนที่ฉายรูปซึบาสะร้องไห้มาชัดๆเลย...อยากดู

สุดท้ายแล้ว อันนี้สำคัญสุดๆเลย..ยินดีกับทักกี้ ไอคาตะคุง แล้วก็คัตตุนสำหรับอันดับหนึ่งบนoricon chartด้วยนะค่ะ


edit @ 2007/04/19 23:17:22